
หนีหุ้น-ทองคำผันผวน
เชียร์หลบเข้าตราสารหนี้สั้นกองทุนฟินันซ่าคุยจ่ายสูงสุด
เชียร์หลบเข้าตราสารหนี้สั้นกองทุนฟินันซ่าคุยจ่ายสูงสุด
บลจ.แนะหลบความผันผวนหุ้นทองคำ เข้าลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้น “ฟินันซ่า” คุยกองทุนอายุ 3 เดือน จ่ายสูงสุด 3.38% ต่อปี
น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการขายและการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส กล่าวว่า ในภาวะที่ปัจจัยกดดันภายนอกประเทศยังคงไม่ชัดเจน ทั้งปัญหาในสหรัฐอเมริกาที่มีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต่ำ ปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรป และปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลาง สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ การลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศระยะสั้นๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เสียโอกาสผลตอบแทนในช่วงอัตราดอกเบี้ยในประเทศอยู่ในช่วงขาขึ้น
ทั้งนี้ วันที่ 12-14 ก.ย.นี้ บลจ.แอสเซท พลัส จะเสนอขายกองทุนเปิดแอสเซท พลัส ทวีทรัพย์ 9 ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่เปิดเสนอขายเป็นรอบระยะเวลา เน้นลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศและเงินฝากธนาคารต่างประเทศ เช่น เงินฝาก Bank of China สาขามาเก๊า เป็นสกุลเงินหยวน ซึ่งได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงระหว่างค่าเงินหยวนและค่าเงินบาทเต็มจำนวน และหุ้นกู้บริษัทเอกชน โดยมีรอบการลงทุนประมาณ 6 เดือน คาดว่าสามารถให้ผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายได้อยู่ที่ 3.65% ต่อปี
นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ฟินันซ่า กล่าวว่า ในช่วงนี้แนะนำให้ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อหลบภาวะตลาดหุ้นและทองคำที่กำลังผันผวนมาก เนื่องจากปัจจัยจากภายนอกประเทศทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรป ขณะที่ในประเทศมีปัญหาเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ วันที่ 8-13 ก.ย. บลจ.ฟินันซ่า เปิดขายกองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้ 3 เดือน 8 อายุประมาณ 3 เดือน เน้นลงทุนในตั๋วเงินหรือเงินฝากธนาคารในประเทศ ตั๋วแลกเงินบริษัทเอกชนและตั๋วเงินคลัง หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าจะให้ประมาณการผลตอบแทน 3.38% ต่อปี
“จะเห็นได้ว่ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นในช่วงนี้จะเป็นการลงทุนในประเทศ และมีสัดส่วนของตั๋วแลกเงินของบริษัทเอกชนเป็นส่วนใหญ่ โดยเราจะเห็นประมาณอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 3.2-3.35% ต่อปี มั่นใจว่า บลจ.ฟินันซ่า ให้ผลตอบแทนที่จูงใจสุด” นายธีรพันธุ์ กล่าว
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี กาญจนทรัพย์ 6 ซีรีส์ 17 เวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน จะเน้นลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน โดยอยู่ระหว่างการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คาดว่าจะเปิดขายได้ในวันที่ 9-15 ก.ย.นี้







