
นโยบายรัฐหนุนมอร์เตอร์ไซค์โต 16%
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์นโยบายรัฐ
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์นโยบายรัฐ
กระตุ้นตลาดรถจักรยานยนต์ในปี 2554 โดยระบุว่า ทิศทางตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศยังคงขยายตัวดีต่อเนื่องในช่วง 7 เดือนแรกของปี สามารถทำยอดจำหน่ายไปแล้วถึง 1,258,674 คัน หรือขยายตัวประมาณ 15.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับทิศทางตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศช่วงที่เหลือของปี 2554 มีปัจจัยบวกที่สนับสนุนหลายด้าน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ขยายตัวได้ การส่งออกที่เติบโต ราคาสินค้าเกษตรที่อยู่ในระดับสูง ค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี อัตราดอกเบี้ยที่ยังเพิ่มสูงขึ้นไม่มากนัก และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของค่ายรถจักรยานยนต์
โดยเฉพาะนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ด้วยการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและประชาชนในกลุ่มรากหญ้า ซึ่งเป็นผู้บริโภคหลักของตลาดรถจักรยานยนต์ รวมถึงฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันในปีก่อน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า หลังจากรัฐบาลชุดใหม่ได้ประกาศนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการในปีแรกนั้น มีหลายนโยบายที่มุ่งเน้นในการส่งเสริมให้ประชาชนในกลุ่มเกษตรกรและประชาชนในกลุ่มรากหญ้าอื่นๆ มีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นได้ทันที เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในประเทศเพิ่มมากขึ้น
เช่น มาตรการพักหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาท ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อปี และผู้ที่จบปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 1.5 หมื่นบาท เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีกแห่งละ 1 ล้านบาท การยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน เช่น การนำระบบรับจำนำสินค้าเกษตรมาใช้ และการออกบัตรเครดิตสำหรับเกษตรกร ฯลฯ
นโยบายต่างๆ ดังกล่าว โดยเฉพาะนโยบายการรับจำนำข้าวที่จะเริ่มทำทันทีภายในปี 2554 นี้ จะช่วยให้กลุ่มเกษตรกรในภาคกลางและภาคอีสาน ที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักของตลาดรถจักรยานยนต์มีกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นต่อรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น
สิ่งเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้
นอกจากนี้ ตลาดรถจักรยานยนต์ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่องของค่ายรถจักรยานยนต์ รวมถึงนโยบายการปรับลดราคาน้ำมัน ประกอบกับยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศที่ต่ำของช่วงเดียวกันในปีก่อน ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ยอดขายรถจักรยานยนต์ยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง
ค่ายรถจักรยานยนต์คงจะใช้โอกาสนี้ในการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดรถจักรยานยนต์รุ่นราคาประหยัด และเหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ต่างจังหวัด เช่น รถจักรยานยนต์แบบครอบครัวมากขึ้น นอกเหนือจากกิจกรรมกระตุ้นตลาดรถจักรยานยนต์เกียร์อัตโนมัติที่ได้เน้นทำอยู่อย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว
พร้อมกันนี้ก็ควรพัฒนาและให้ความสำคัญกับรถจักรยานยนต์รุ่นที่สามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มาก ท่ามกลางสภาวะราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือออกมาก็ตาม
ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังวิเคราะห์ว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ช่วงต่อจากนี้ไป อาจจะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ตลาดมักจะซบเซาลง โดยเฉพาะในปีนี้ฝนที่ตกชุกกว่าในปีที่ผ่านมา อาจทำให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรบางชนิดได้น้อยลง และมีโอกาสเกิดปัญหาอุทกภัยขึ้นได้อยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอการซื้อรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะในช่วงเดือน ส.ค.ต.ค. ออกไปก่อน
อัตราเงินเฟ้อที่ยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูง แม้ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาน้ำมันจะมีการปรับลดลงบ้าง แต่ก็ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีทิศทางที่ขยายตัวได้ดี และต้นทุนในการดำเนินชีวิตที่สูงขึ้นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนบางกลุ่มที่ไม่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากนโยบายรัฐบาล
อัตราดอกเบี้ยที่ยังมีโอกาสปรับขึ้น จะส่งผลทำให้อัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้ต้นทุนการถือครองรถจักรยานยนต์เพิ่มสูงขึ้นตาม
ภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว และยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งทิศทางดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจมีรายได้ลดลง







