
เอกชนจับมือสตง.ลุยสอบคอร์รัปชั่น
ภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น เตรียมจับมือสตง. เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ ยอดองค์กรร่วมเพิ่มเป็น30
ภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น เตรียมจับมือสตง. เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ ยอดองค์กรร่วมเพิ่มเป็น30
นายวิชัย อัสรัสกร กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยพร้อมขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นต่อไป โดยขณะนี้มีองค์กรที่พร้อมจะเข้าร่วมเป็นเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้นเป็น 30 องค์กรแล้ว จากที่มีองค์กรเครือข่ายเริ่มต้นจำนวน 23 องค์กร ซึ่งการทำงานก็มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยหอการค้าไทยได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) และกำลังจะจับมือร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบ และปราบปรามคอร์รัปชั่นให้ลดลง
“เราจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณดุสิต นนทะนาคร ผู้ริเริ่มการตั้งเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นต่อไปอย่างแน่นอน โดยเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดการคอร์รัปชั่นได้มากกว่าในอดีต” นายวิชัย กล่าว
ทั้งนี้ หอการค้าได้ทำงานร่วมกับปปช.อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดตามการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ของปปช. เพราะถือเป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นการปราบคอร์รัปชั่นจากต้นตอจริงๆ เช่น กฎหมายฉบับนี้ให้พ่อค้า หรือข้าราชการ ที่เคยทำผิดหรือมีส่วนร่วมในการคอร์รัปชั่น มาร่วมเป็นพยาน เพื่อให้สาวไปถึงผู้จ้างวานที่แท้จริงได้ จากเดิมที่ผู้เข้ามาสารภาพผิดก็จะโดนจับ ทำให้ไม่มีใครกล้าเปิดเผย
นอกจากนี้ การจัดซื้อจัดจ้างจากภาครัฐโครงการไหนที่ใช้งบประมาณเกิน 5 แสนบาท จะต้องกระทำอย่างเปิดเผย และทำบัญชีส่งกรมสรรพากรเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างประชาสัมพันธ์ การจัดซื้อคุรุภัณฑ์ เป็นต้น ก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทั้งหมด หรือการจ่ายเงินเกิน 3 หมื่นบาทจะต้องจ่ายเป็นเช็ค ห้ามใช้เงินสด ซึ่งจะช่วยลดการยัดเงินใต้โต๊ะ และจะช่วยให้ดำเนินงานอย่างโปร่งใสมากขึ้น โดยในวันที่ 14 ก.ย. นี้ จะมีการประชุมเครือข่ายภาคีต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อประกาศการดำเนินงานอีกครั้ง
นายฉัตรชัย บุญรัตน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยจะดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้เหมือนเดิมใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการคนที่ 1 เป็นผู้ดูแล 2. การขับเคลื่อนยุทธ์ศาสตร์เศรษฐกิจของหอการค้าไทย ที่มีนายฉัตรชัย เป็นผู้ดูแล
3. การลดความเหลื่อมล้ำ โดยตอนนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเริ่มต้นจากจังหวัดขอนแก่น ในโครงการ 1 ไร่ 1แสนบาท และโครงการ 1 บริษัท 1 ชุมชน ที่มีนายอิสระ ว่องกุศลกิจ รองประธานกรรมการ เป็นผู้ดูแล 4. การสร้างความเข้มแข็งให้หอการค้าในภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด ให้เข้มแข็ง และเป็นที่ยอมรับทัดเทียมกับหอการค้าส่วนกลาง โดยมีนายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการ เป็นผู้ดูแล
“การทำงานจะไม่หยุด เพราะคณะกรรมการทำงานเป็นทีมภายใต้การนำของคุณดุสิต รวมทั้งการจัดประชุมใหญ่หอการค้าทั่วประเทศ ก็ต้องดำเนินการต่อ ส่วนการสืบทอดทายาทก็มีแผนที่ชัดเจนอยู่แล้ว โดยจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 22 ก.ย.นี้” นายฉัตรชัย กล่าว







