posttoday
ข้าวถุงมุ่งขายแบรนด์รับมือต้นทุนพุ่งตันละ 1.5 หมื่น

ข้าวถุงมุ่งขายแบรนด์รับมือต้นทุนพุ่งตันละ 1.5 หมื่น

08 กันยายน 2554

แม้ขณะนี้รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ 1” จะมีนโยบายให้ทบทวนเรื่องการจำนำข้าวและพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

แม้ขณะนี้รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ 1” จะมีนโยบายให้ทบทวนเรื่องการจำนำข้าวและพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

จากก่อนหน้ามีผู้ระบุว่านโยบายรับจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาด จะทำให้รัฐขาดทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท หรือเป็นแสนล้านบาท จากการกำหนดราคาจำนำข้าวเปลือกเจ้าตันละ 1.5 หมื่นบาท และข้าวหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท ขณะราคาตลาดเฉลี่ยตันละไม่ถึง 1 หมื่นบาท

นโยบายดังกล่าวถือว่ากระทบตรงกับต้นทุนผู้ประกอบการข้าวถุง ที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ราคาข้าวถุง” เตรียมขยับราคาข้าวขึ้นจากนโยบายรับจำนำข้าวตันละ 1.52 หมื่นบาท หลังเปิดโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ถุงละ 30-50 บาทแน่

 

ข้าวถุงมุ่งขายแบรนด์รับมือต้นทุนพุ่งตันละ 1.5 หมื่น

สมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารีผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุง ตราข้าวมาบุญครอง กล่าวในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทยว่า ก่อนหน้านี้สมาคมเป็นผู้ยื่นข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้ทยอยปรับราคาใหม่ข้าวถุงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ข้าวถุงได้ปรับราคาขึ้นไปแล้ว 1 บาทต่อ กก. หรืออยู่ที่ 16.50 บาทต่อ กก. จากเมื่อวันที่ 1 ก.ย. อยู่ที่ 15.50 บาทต่อ กก.

ขณะเดียวกัน ในเดือน พ.ย.นี้อาจได้เห็นราคาข้าวขาวบรรจุถุงปรับราคาเพิ่มขึ้นเต็มเพดาน 50 บาทต่อ 1 ถุง (บรรจุ 5 กก.) ซึ่งเป็นไปตามต้นทุน จากนโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาล 1.52 หมื่นบาทต่อตัน แต่เชื่อว่าการปรับราคาใหม่ข้าวขาวบรรจุถุงคาดยังไม่กระทบกับผู้บริโภคในช่วงนี้ด้วยที่ผ่านมาห้างค้าปลีกสมัยใหม่ต่างๆมักจัดรายการส่งเสริมการขาย(โปรโมชัน)เพื่อจำหน่ายข้าวถุงแบรนด์ต่างๆ ในราคาพิเศษ เป็นต้น

สมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการข้าวถุงรายต่างๆ ในขณะนี้ยังต้องจับตากลไกของตลาดข้าวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการไม่สามารถสต๊อกวัตถุดิบข้าวเปลือกได้มากนัก ทำให้ปัจจุบันมีวัตถุดิบไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในเดือน ต.ค.พ.ย.นี้

“ในช่วงที่ผ่านมาไม่มีใครปล่อยข้าวเปลือกออกมาขาย เป็นเพราะราคาข้าวยังไม่ชัดเจน จากการรอปรับราคาข้าวอัตราใหม่ตามนโยบายการจำนำของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา” สมเกียรติ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยน่าเป็นห่วงในตลาดข้าวส่งออก ที่คาดว่าจะได้ผลกระทบจากการที่ราคาข้าวในประเทศปรับสูงขึ้นในขณะนี้ ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าอาจมีการชะลอคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ข้าวจากประเทศไทยไปก่อนระยะหนึ่ง โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีน

ที่อาจชะลอออเดอร์จากไทย ในต้นปีหน้า เพื่อดูราคาเปรียบเทียบกับราคาข้าวในประเทศคู่แข่งก่อน และอาจส่งผลให้ปริมาณข้าวในประเทศ มีจำนวนการผลิต(ซัพพลาย)มากขึ้น ซึ่งผู้บริโภค ไม่ต้องกังวลว่าสต็อกข้าวถุงจะขาดตลาดขณะเดียวกันในส่วนของต้นทุนรวมการผลิตข้าวถุงจากปัจจัยต่างๆที่พบว่าเพิ่มขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 1015% นับจากต้นปีถึงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ยังปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า แม้ขณะนี้รัฐบาลจะมีนโยบายลดราคาน้ำมันลงไปแล้วก็ตาม แต่ยังไม่ครอบคลุมกับต้นทุนด้านอื่น โดยเฉพาะภาคการขนส่งกระจายสินค้า(ลอจิสติกส์) จากปัจจุบันผู้ประกอบการหรือเจ้าของสินค้ายังต้องจ่ายค่าธรรมเนียม(ฟี)ล่วงหน้าให้กับศูนย์กระจายสินค้า(ดีซี)ของผู้ประกอบการห้างค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด)อยู่ และไม่ได้มีการปรับลดแต่อย่างใด

ด้าน สุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวตราฉัตร กล่าวว่า ในขณะนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการข้าวถุงแบรนด์ต่างๆ มีการปรับตัวเพื่อรองรับแนวทางจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นจากนโยบายการรับจำนำข้าวมาตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการทยอยปรับราคาข้าวถุงเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกันทั้งสองฝั่ง คือ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และผู้บริโภคจะต้องไม่ได้รับผลกระทบมากเกินไป ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในการปรับราคาข้าวถุงเพิ่มขึ้นตามนโยบายในวันที่ 7 ต.ค.นี้

“บริษัทจะทยอยปรับราคาข้าวบรรจุถุงตราฉัตรแบบค่อยเป็นค่อยไป ตามต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นในขณะนี้ประมาณ 5% และไม่มีนโยบายเอาเปรียบผู้บริโภคแต่อย่างใด” สุเมธ กล่าว

ด้านการปรับตัวของผู้ประกอบการข้าวถุง รวมทั้งในส่วนของบริษัทนั้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ตลาดในประเทศจะสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภคมากขึ้น และ 2.ตลาดส่งออกจะเร่งสร้างตราสินค้า (แบรนด์) ข้าวตราฉัตรให้มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิของไทยซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดโลก ให้โดดเด่นด้านชื่อเสียงและคุณภาพสินค้าที่เหนือกว่าคู่แข่ง ในฐานะที่เป็นสินค้าข้าวระดับสูง (พรีเมียม) และจำหน่ายในราคาที่สูงขึ้นตามต้นทุนผลิต

สำหรับปีนี้บริษัทเตรียมงบทำตลาดและการสร้างแบรนด์ข้าวตราฉัตรกว่า 200 ล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นปี 2554 จะมีรายได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท

คงต้องจับตาดูการปรับตัวของข้าวถุง ด้วยการขายยี่ห้อ ขายความเป็นพรีเมียม ว่าตลาดทั้งในและต่างประเทศจะยอมรับแค่ไหน ซึ่งแนวทางสร้างแบรนด์นี้ถือเป็นทางออกหนึ่งในการแก้สินค้าเกษตรตกต่ำ โดนกดราคา แต่ครั้งนี้มาใช้แก้ราคาสูงไป

ขณะที่ผู้ประกอบการเริ่มปรับตัวเพื่อรับมือกับต้นทุน ที่กระทบข้าวถุงเตรียมปรับราคาขึ้นในเดือนต.ค.นี้ ที่ยังหมายถึงว่า “ผู้บรฺโภคไทย’จะต้องกินข้าวต่อมื้อแพงขึ้นอีกแน่นอน...  

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน