
ไอแบงก์จัดหนักคิดดบ.บัตร10%สินเชื่อบ้านเดี้ยง
แบงก์อิสลามลดดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตในปีแรกเหลือ 10% ปีต่อไปคิด 12% ช่วยคนเป็นหนี้มีลมหายใจ แย้มเจอดีหนี้บ้าน
แบงก์อิสลามลดดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตในปีแรกเหลือ 10% ปีต่อไปคิด 12% ช่วยคนเป็นหนี้มีลมหายใจ แย้มเจอดีหนี้บ้าน
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า ภายใน 12 สัปดาห์นี้ ธนาคารจะประกาศลดอัตราผลตอบแทนในโครงการรับรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตลงมา จากเดิมที่อยู่ในอัตรา 14.50%ลงมาอยู่ในระดับ 10% ในปีแรก หลังจากนั้นไปจะคิดอัตราผลตอบแทนในระดับ 12% ตลอดอายุสัญญา
นอกจากนี้ ธนาคารขยายผลมาตรการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่คิดดอกเบี้ยแค่ 10% ให้เป็นสินเชื่อปกติของธนาคารและคิดผลตอบแทนในอัตราเดียวกับสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ทั้งนี้คาดว่าจะมีสินเชื่อจากการรีไฟแนนซ์เพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน ธนาคารอิสลามมีสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตรวมกันประมาณ 4,000 ล้านบาท แยกเป็นโครงการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตของธนาคารที่คิดอัตราผลตอบแทน 14.5% และเป็นกลุ่มลูกค้ามาใช้บริการตามนโยบายรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตของรัฐบาลชุดเดิม 100 ล้านบาท สินเชื่อเฉลี่ยรายละ 3 แสนบาท
“เชื่อว่าจะได้การตอบรับจากลูกค้าที่ดี เนื่องจากธนาคารคิดอัตราผลตอบแทนเพียง 10% ต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปที่คิดดอกเบี้ย 20% ขณะที่มีหนี้เสียจากโครงการรีไฟแนนซ์ที่ต่ำกว่า 1% จึงถือว่าคุ้ม” นายธีรศักดิ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ธนาคารจะเปิดตัวบัตรเครดิตคุณธรรมคนดี ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ ไม่สามารถที่จะรูดใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือการบริหารที่ผิดศีลธรรมได้ โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 3 เดือน จะมียอดผู้ถือบัตร 3 หมื่นใบยอดสินเชื่อ 250300 ล้านบาท
นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ทำให้มียอดหนี้เสียของสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากระดับ 3% ขยับเป็น 6% จากยอดสินเชื่อรวม 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด เช่น ยืดระยะเวลาการชำระหนี้ โดยผ่อนปรนให้จ่ายเฉพาะอัตราผลตอบแทนและลดเงินงวดในการผ่อนชำระ
อย่างไรก็ตาม ในสิ้นปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายลดหนี้ทั้งหมดลงมาจาก 4.75% ให้เหลือ 4.4% จากยอดสินเชื่อรวม 1.3 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ นายธีรศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้ธนาคารเพิ่มทุน 1 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงการคลังที่ถือหุ้นอยู่ 48% จะต้องจ่ายเงินชำระค่าหุ้น 4,800 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า เม็ดเงินเพิ่มทุนจะเริ่มเข้ามาในเดือน ม.ค. 2555 ซึ่งเงินเพิ่มทุนดังกล่าวจะนำมาขยายธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ 4 หมื่นล้านบาท
“หลังจากธนาคารเพิ่มทุนแล้ว จะปฏิเสธธนาคารมาเลเซียและนักลงทุนตะวันออกกลางที่สนใจเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนธนาคาร” นายธีรศักดิ์ กล่าว







