
เร่งกสทช.ทำ4เรื่องคอนเวอร์เจนซ์ป่วน
นักวิชาการชี้ กสทช.ปัญหารุมเร้า หวั่นเทคโนโนโลยีคอนเวอร์เจนซ์ จุดชนวนขัดแย้งข้อกฎหมาย
นักวิชาการชี้ กสทช.ปัญหารุมเร้า หวั่นเทคโนโนโลยีคอนเวอร์เจนซ์ จุดชนวนขัดแย้งข้อกฎหมาย
นายอานุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ เปิดเผยว่า แม้กระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า อุตสาหกรรมจะก้าวสู่ช่วงสดใส เพราะยังมีปัญหาที่รออยู่มาก เมื่อ กสทช.เริ่มทำงาน โดยเฉพาะเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ ที่จะนำไปสู่การพิพาทได้
ทั้งนี้ เพราะ กสทช. มี 4 เรื่องหลักที่ต้องดำเนินการ คือ 1.การจัดทำตารางบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ ซึ่งเป็นแม่แบบของวิธีในการบริหารจัดการความถี่ ทั้งในด้านวิทยุโทรคมนาคม และกิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ซึ่งกฎหมายกำหนดโครงสร้างบริหารให้มีกรรมการแยกส่วนโทรคมนาคมกับวิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้าสู่ยุคหลอมรวม หรือคอนเวอร์เจนซ์ และมีอุปกรณ์ที่สามารถรองรับได้ทั้งคลื่นโทรคมนาคมและวิทยุโทรทัศน์
“ถ้ากำหนดบริการหนึ่งความถี่หนึ่งให้ฝั่งโทรคมนาคมไปดำเนินการ แล้วธุรกิจฝั่งบรอดคาสต์ไม่พอใจ และก็ใช้ความถี่นี้ทำบริการได้ ก็จะเกิดปัญหาตามมา” นายอานุภาพ กล่าว
2.การจัดทำแผนเรียกคืนความความถี่เดิม (Spectrum Refarming) จากหน่วยงานราชการ กองทัพ และรัฐวิสาหกิจที่ถือครองคลื่นความถี่เกินความจำเป็น ซึ่ง กสทช.ต้องเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ ให้เกิดความยุติธรรมกับผู้ประกอบการรายเล็ก แต่จะมีปัญหาเพราะกฎหมายกำหนดเพียงว่า ให้เรียกคืนความถี่เดิมในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งยากที่จะหาจุดพอดีกันเองได้ และอาจมีข้อพิพาทตามมา
นายอานุภาพ กล่าวว่า กรณีเรียกคืนคลื่นความถี่ควรใช้แบบต่างประเทศ โดยระบุว่าความถี่วิทยุเดิมที่ครอบครองอยู่ จะมีอายุเท่ากับอายุใบอนุญาตที่ กสทช.ออกใหม่ เพื่อสามารถกำหนดระยะเวลาในการคืนความถี่และช่วยไม่ให้เกิดปัญหาและข้อพิพาทตามมา
3.การออกใบอนุญาตให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หลังจากต้องตกอยู่ในช่วงสุญญากาศมานาน และ 4.การพิจารณาว่าหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่รักษาการ กสทช.ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ เช่น การให้บริการเอสเอชพีเอเชิงพาณิชย์ว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่







