
ทุนนอกบุกสื่อรับกสทช.
บิ๊กสื่อจีนออสซีทุ่ม250ล.มั่นใจได้สัมปทานยาว10ปี
บิ๊กสื่อจีนออสซีทุ่ม250ล.มั่นใจได้สัมปทานยาว10ปี
ทุนออสเตรเลียจีน บุกธุรกิจสื่อไทย หลังมี กสทช. หวังสัมปทานยาว ประเดิมทุ่ม 250 ล้านลุยธุรกิจวิทยุ
นายสกนธ์ เจียมบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี เอ เอ็ม จี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทเกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท ไชน่า ออสสตาร์ มีเดีย กรุ๊ป บริษัทสื่อจากออสเตรเลียจีน และนายกอบศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา กรรมการบริหารบริษัท เพรสซิเดนท์ คันทรีคลับ ผู้ถือหุ้นฝ่ายไทย โดยมีเป้าหมายขยายธุรกิจสื่อในประเทศไทยทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต ทีวีและสื่ออื่นๆ
สำหรับ บริษัท ไชน่า ออสสตาร์ มีเดีย กรุ๊ป ของนายทอมมี่ เจียง เป็นบริษัทสื่อรายใหญ่ในออสเตรเลีย โดยบริหารคลื่นวิทยุ 12 คลื่น ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีหนังสือพิมพ์กว่า 20 ฉบับ รายการโทรทัศน์ เคเบิลและอินเทอร์เน็ต ทีวี และยังเป็นพันธมิตรกับสถานีวิทยุซีอาร์ไอ (CRI) องค์กรสื่อระดับชาติของจีนอีกด้วย
“ประเทศไทย ถือเป็นประเทศแรกที่ ซี เอ เอ็ม จี มาปักหมุด เพราะถือเป็นศูนย์กลางของธุรกิจสื่อในภูมิภาคอาเซียน และมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะเมื่อมี กสทช. จะทำให้การลงทุนในธุรกิจด้านสื่อมีโอกาสมากขึ้น เนื่องจากคาดว่าผู้ประกอบการจะได้รับสัมปทานยาว 510 ปี” นายสกนธ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทจะเริ่มลงทุนในธุรกิจวิทยุเป็นอันดับแรก โดยรับสัมปทานบริหารคลื่นความถี่เอฟเอ็ม 103.0 ของกรมการทหารสื่อสาร ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2554-ธ.ค. 2555 โดยใช้เงินลงทุน 120 ล้านบาท ในช่วง 2 ปี นอกจากนี้ยังมีงบลงทุนอาคารสำนักงานสตูดิโอใน 2 ปีแรกรวม 250 ล้านบาทด้วย
สำหรับปีหน้า จะเพิ่มคลื่นวิทยุอีก 1 คลื่น รวมทั้งขยายธุรกิจด้านฟรีทีวี อินเทอร์เน็ต ทีวี และปี 2556 จะขยายสู่ธุรกิจเคเบิลและทีวีดาวเทียมรวมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งบริษัทเป็นพันธมิตรกับซีอาร์ไอ ของประเทศจีน
นายสกนธ์ กล่าวว่า สำหรับการบริหารวิทยุคลื่นแรก ใช้ชื่อคลื่น 103.0 โซเชียล เน็ตเวิร์ก เรดิโอ ซึ่งเป็นคลื่นเพลงฟังสบาย โดยเนื้อหาจะเชื่อมโยงกับโลกออนไลน์ นำเนื้อหาที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์มานำเสนอ เช่น ร้านอาหาร, ผับ บาร์, ท่องเที่ยว, แฟชั่นความงามและอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยสิ้นปีนี้จะมีรายได้ 20 ล้านบาท คาดว่าจะคุ้มทุนภายในไตรมาส 4 ของปีหน้า
ส่วนคลื่นวิทยุใหม่ในปีหน้า จะเป็นรูปแบบแนวข่าวและการคุยเรื่องราวที่มีเนื้อหาสาระ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ เนื้อหาส่วนหนึ่งจะเป็นการพูดถึงวัฒนธรรม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยจีน ซึ่งทางพันธมิตรของ ซี เอ เอ็ม จี จากประเทศจีน ต้องการขยายความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรมจากจีนสู่ไทย และใช้ไทยเป็นฐานในการขยายตลาดสู่อาเซียน
“มองว่าประเทศไทย สามารถเป็นศูนย์กลางในด้านข้อมูลข่าวสารในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนจากต่างประเทศให้ความสนใจมาลงทุนในธุรกิจสื่อไทยมากขึ้น จากที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายในธุรกิจสื่อบ้านเรา มองว่าเป็นผลดีที่จะทำให้สื่อไทยมีพัฒนาการมากยิ่งขึ้น” นายสกนธ์ กล่าว







