
พลังงานจี้ต่างประเทศถกกรอบทะเลกัมพูชา
พิชัย รอ กระทรวงการต่างประเทศ เคาะกรอบเอ็มโอยูเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา ยันเจรจาแหล่งพลังงานโปร่งใส
พิชัย รอ กระทรวงการต่างประเทศ เคาะกรอบเอ็มโอยูเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา ยันเจรจาแหล่งพลังงานโปร่งใส
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้ข้อสรุปกำหนดกรอบการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะใช้บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ ซึ่งไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ปี 2544 หรือไม่ โดยการเจรจาจะอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ หลังจากนั้นกระทรวงพลังงานจะมากำหนดกรอบการเจรจาในเรื่องแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมต่อไป
“ไทยจำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการใช้ในอนาคต โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่จะเริ่มหมด เพราะไทยพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฯ ถึง 70% ซึ่งการเจรจาแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อน ไม่มีการเจรจา ลับหลังแน่ ทุกอย่างเปิดเผย ตรวจ สอบได้” นายพิชัย กล่าว
นายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า การเจรจาพื้นที่ปิโตรเลียมไทยกัมพูชา ต้องรอให้ระดับรัฐบาลมีการกำหนดพื้นที่ทับซ้อนให้ชัดเจนก่อน จากนั้นกรมเชื้อเพลิงฯ จึงจะเข้าไปดูเรื่องการพัฒนาพื้นที่ โดยต้องหารือหลายเรื่อง ทั้งระบบกฎหมาย จะเลือกใช้แบบไหน หากใช้รูปแบบเหมือนองค์กรร่วมไทยมาเลเซีย (เอ็มเจดีเอ) ก็ได้ จะดำเนินการได้คล่องตัว เพราะมีโมเดลที่ทำไว้อยู่แล้ว เพียงแต่ปรับรายละเอียดเท่านั้น
นอกจากนี้จะต้องเข้าไปดูผลตอบแทนระหว่งรัฐกับผู้รับสัมปทาน ที่จะต้องกำหนดสัญญาว่า จะแบ่งกำหนดการแบ่งปันผลผลิตที่ได้จากปิโตรเลียมในสัดส่วนเท่าไหร่ การจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล และค่าภาคหลวง ประเด็นเหล่านี้จะต้องมาเจรจาร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อน โดยอยู่บนหลักการของความเป็นธรรม
อย่างไรก็ตามในวันที่ 14 ก.ย. นี้ รมว.พลังงานจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายอย่างเป็นทางการกับผู้บริหารกรมเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีโอกาสได้รับฟังแนวนโยบายในเรื่องพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญเพื่อนำไปปฏิบัติต่อไป







