
หุ้นโลกดิ่งทองพุ่งขึ้นแรง
หุ้นดิ่งทั่วโลกไทยร่วง 1.5% ทองคำขึ้นจ่อ 1,900 เหรียญสหรัฐ บจ.จัดโครงการซื้อหุ้นคืนพยุงราคา
หุ้นดิ่งทั่วโลกไทยร่วง 1.5% ทองคำขึ้นจ่อ 1,900 เหรียญสหรัฐ บจ.จัดโครงการซื้อหุ้นคืนพยุงราคา
ตลาดหุ้นทั่วโลกแดงเถือกตามดัชนีดาวโจนส์ที่รูดลงแรง 2.20% หลังผิดหวังตัวเลขจ้างงาน วิกฤตหนี้ยุโรปลาม กดหุ้นย่านเอเชียร่วงเกือบหมด เกาหลีใต้ทรุดหนักที่สุด 4.39% ส่วนหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,049.23 จุด ลดลง 15.95 จุด หรือ 1.5% มูลค่าการซื้อขายบางตา 21,589 ล้านบาท หลังจากนักลงทุนต่างชาติขายหนักอีก 1,932 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้ 449 ล้านบาท
บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์การจ้างงานที่แย่เกินคาด...ย้ำการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งคงถ่วงตลาดการเงินโลกอีก 12-15 เดือนข้างหน้า
บริษัทหลักทรัพย์ภัทร ออกบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส 3 จะอ่อนตัวลง แม้ว่าภัทรจะปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้นของกลุ่มพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่จะลดประมาณกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์และวัตถุดิบ
สำหรับราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน ทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เปิดโครงการซื้อหุ้นคืน เช่น บริษัท เอสวีไอ (SVI) คณะกรรมการมีมติวงเงินซื้อหุ้นคืนวงเงิน 275 ล้านบาท สำหรับการซื้อหุ้นจำนวน 55 ล้านหุ้น หรือ 2.825 ของทุนชำระแล้ว กำหนดวันซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 17 ก.ย. 2554-16 มี.ค. 2558
ล่าสุด นายพลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาซื้อหุ้นคืน เนื่องจากราคาหุ้น SMT ผันผวน เพราะช่วงหนึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ปล่อยหุ้นออกมามากในตลาด และราคาหุ้นลดลงตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป รวมถึงรายได้และกำไรสุทธิน้อยกว่าปีก่อน
“คาดว่าการเข้าซื้อหุ้นคืนจะช่วยลดความผันผวนของราคาที่ผิดปกติได้” นายพลศักดิ์ กล่าว
ด้านราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้น วันที่ 5 ก.ย. สมาคมค้าทองคำประกาศเปลี่ยนแปลงถึง 9 ครั้ง ทำให้ราคาปรับเพิ่มขึ้น 200 บาทจากวันเสาร์ที่ผ่านมา และราคาในตลาดโลกปรับขึ้นจ่อระดับ 1,900 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
นายภาคภูมิ ภาคย์วิศาล กรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ราคาทองคำวิ่งเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาหุ้น เพราะผู้ลงทุนที่ลงทุนทั้งในทองคำและหุ้น ได้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงเพื่อเพิ่มการลงทุนในทองคำ ถือเป็นการปรับน้ำหนักการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน ขณะที่ราคาทองคำมีแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน
“สำหรับผู้มีเงินลงทุนในหุ้นควรจะพิจารณาปรับพอร์ต โดยแบ่งเงินลงทุนประมาณสัดส่วน 10-20% กระจายมาลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำหรือโกลด์ ฟิวเจอร์ส เนื่องจากราคามีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกในระยะกลาง ประเมินว่าสิ้นปีมีโอกาสแตะระดับ 2,000-2,050 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยปกติไตรมาส 4 จะเป็นวงจรขาขึ้นของทองคำอยู่แล้ว” นายภาคภูมิ กล่าว







