
ปตท.ผวาออยล์รันเสนอรัฐแก้
เพิ่มสำรองเพื่อมั่นคงพลังงานจาก20วันเป็น90วัน/เปิดสัมปทานรอบ5ปี
เพิ่มสำรองเพื่อมั่นคงพลังงานจาก20วันเป็น90วัน/เปิดสัมปทานรอบ5ปี
ปตท.หวั่นออยล์รัน เสนอเพิ่มสำรอง 20 วัน เป็น 90 วัน พลังงานเล็งเปิดสัมปทานในรอบ 5 ปี
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. ในฐานะประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงนโยบายรัฐบาลชะลอเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากเบนซิน 7-8 บาท และดีเซล 3 บาท ว่า วงการโรงกลั่นมองการแห่เติมเบนซินจนหมดปั๊ม เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ว่าเป็นเรื่องน่าห่วง แม้จะเป็นสถานการณ์ระยะสั้น แต่การแห่เติมจนขาดแคลน เพราะคนกลัวไม่มีเบนซินให้เติม อาจทำให้เกิดการตื่นตระหนกเข้าข่ายออยล์รัน แบบเดียวกับการตื่นตระหนกแห่ถอนเงินจากแบงก์ หรือแบงก์รันจนแบงก์ล้ม
“ทางกลุ่มโรงกลั่นจึงจะเสนอรัฐให้เพิ่มสำรองน้ำมันของประเทศเพื่อความมั่นคง จากปัจจุบันสำรอง 15-20 วัน ของปริมาณการใช้ทั้งหมด ซึ่งอาจไม่พอสร้างความมั่นคงให้กับพลังงานของประเทศ และเมื่อต้นปี ไออีเอ (อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเนอร์ยี่ เอเจนซี่) ได้แนะนำประเทศไทย ให้เพิ่มสำรองดังกล่าว เพราะเห็นว่ามีน้อยไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่สำรอง 60-90 วัน” นายไพรินทร์ กล่าว
ในการเพิ่มปริมาณสำรอง รัฐอาจใช้เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันการสำรองด้วยเงินเหรียญสหรัฐอาจเสื่อมค่าลงตามค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่า ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะพิจารณาปรับเปลี่ยนมาถือสินทรัพย์อื่นๆ เช่น ทองคำ หรือน้ำมัน ซึ่งมั่นคงกว่า
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า เบนซินยังไม่ขาดแคลนจนต้องนำปริมาณน้ำมันสำรองในคลังของประเทศมาใช้ แต่ปัญหาเกิดจากผู้ค้าน้ำมันไม่สั่งซื้อน้ำมันเข้าสถานีบริการช่วงวันก่อนหน้าที่มีการปรับลดราคา ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนเท่านั้น
นายวีระพล กล่าวว่า ตามกฎหมายการกำหนดปริมาณสำรองน้ำมันในประเทศของกรมฯ มีการกำหนดจะต้องมีการสำรองน้ำมันในประเทศสำหรับน้ำมันดิบจำนวน 5% ของปริมาณการใช้ หรือคิดเป็น 18 วัน และน้ำมันสำเร็จรูปจำนวน 5% ของปริมาณการใช้ หรือคิดเป็น 18 วันทั้งนี้ สำหรับประเทศที่เป็นสมาชิกสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ส่วนใหญ่จะมีการสำรองน้ำมันประมาณ 90120 วัน เพื่อเป็นแผนป้องกันทางยุทธศาสตร์
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า การสำรองน้ำมันของประเทศถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และเป็นหนึ่งในแนวทางการบริหารของกระทรวงพลังงานในรัฐบาลชุดนี้ที่ต้องทำให้ได้ เนื่องจากปริมาณการสำรองน้ำมันมีน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศเช่น จีน ส่วนวิธีการว่าจะใช้เงินซื้อเพิ่มจากไหน ยังไม่สามารถบอกได้ จะต้องมีการหารือกันก่อน
นายพิชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้ให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ไปศึกษาความพร้อมเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 หลังไม่ได้เปิดมาเกือบ 5 ปี เพื่อเป็นการหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ เสริมความมั่นคงในประเทศ เนื่องจากปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะเริ่มทยอยหมดลง







