posttoday
ซัดการเมืองขวางเอสเอ็มอีโออี

ซัดการเมืองขวางเอสเอ็มอีโออี

03 กันยายน 2554

ซีดีชี้รัฐบาลใหม่ล้มแผนเดิมเริ่มต้นซ้ำซากจี้หนุนแหล่งทุนรายย่อย

ซีดีชี้รัฐบาลใหม่ล้มแผนเดิมเริ่มต้นซ้ำซากจี้หนุนแหล่งทุนรายย่อย

โออีซีดี เผยการเมืองไทยเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเอสเอ็มอี เหตุเข้ามายกเลิก เปลี่ยนนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีของรัฐบาลเก่าทำธุรกิจชะงัก

นายเซอร์จิโอ อาร์ซานี ผู้อำนวยการศูนย์การพัฒนาผู้ประกอบการและเอสเอ็มอี องค์การเพื่อการพัฒนาความร่วมมือและพัฒนาการทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) เปิดเผยถึงผลการศึกษาวิเคราะห์นโยบายส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นของไทย ว่า ปัญหาการเมืองไทยจะเป็นอุปสรรคใหญ่ในการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และเศรษฐกิจไทย

ซัดการเมืองขวางเอสเอ็มอีโออี

ทั้งนี้ เพราะหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในแต่ละยุคก็จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการให้งบประมาณในนโยบายของพรรคการเมืองคู่แข่ง จนภาคธุรกิจที่ได้รับส่งเสริมจากภาครัฐก็ต้องหยุดชะงักลงไม่สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการจะใช้เวลาประมาณ 3 ปีที่จะดำเนินธุรกิจได้อย่างคุ้มทุน หากมีการเปลี่ยนนโยบายใหม่ๆ และยกเลิกนโยบายเดิมๆ ที่ภาครัฐเคยอุดหนุนก็จะส่งผลกระทบต่อแผนธุรกิจอย่างมาก

“การที่รัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายมากๆ ก็จะมีผลต่อการพัฒนาธุรกิจ เพราะไม่ใช่แค่การยกเลิกเงินสนับสนุนของรัฐบาลชุดก่อนๆ ยังมีการนำบุคคลที่รัฐบาลไว้ใจมาทำหน้าที่ดูแลในองค์กรต่างๆ เพื่อนำมาทดลองนโยบายใหม่ สุดท้ายก็เกิดความผิดพลาดซ้ำๆ ซากๆ เหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ทั้งๆที่ทุกอย่างควรจะเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ดังนั้นรัฐบาลไม่ควรทำลายนโยบายที่ดีแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง” นายอาร์ซานี กล่าว

ด้านนายโจนาธาน พอตเตอร์ นักเศรษฐกิจอาวุโส ศูนย์โออีซีดี กล่าวว่า ปัญหาของธุรกิจไทยส่วนใหญ่จะอยู่ที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะที่ผ่านมาเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนในระบบไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับเอสเอ็มอีทั้งหมดที่มีเกือบ 3 ล้านราย ดังนั้นภาครัฐต้องช่วยเหลือให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้ในระดับ 1 ล้านรายขึ้นไปเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับรากหญ้าของไทย

ขณะเดียวกัน ยังต้องการเสนอให้รัฐบาลไทยหามาตรการที่ทำให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น เพื่อผลักดันให้เอสเอ็มอีขยายกิจการจนก้าวไปสู่ระดับนานาชาติมากขึ้น รวมถึงการเอาใจใส่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และการปรับปรุงการให้เงินเอสเอ็มอี เช่น จัดตั้งกองทุนเพื่อร่วมทุนกับเอสเอ็มอี

ในส่วนของนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทนั้น รัฐบาลควรทดลองประกาศใช้ในบางพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน หากสำเร็จก็สามารถขยายไปพื้นที่อื่นๆ ได้ แต่หากยิ่งซ้ำเติมภาคธุรกิจและทำให้เกิดการว่างงานมากขึ้น ก็ควรทบทวนใหม่เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจเสียหายไปมากกว่านี้

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ผลการศึกษาที่ได้ สสว. จะนำไปบูรณาการเข้าไว้ในแผนแม่บทการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฉบับที่ 3 ซึ่งจะเริ่มใช้ในระหว่างปี 2555-2559 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอีไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน