
‘ธนารักษ์’ยันมีเหรียญย่อยพอหมุนเวียน
ธนารักษ์ยันให้มีเหรียญ 50 สตางค์ และ 25 สตางค์
ธนารักษ์ยันให้มีเหรียญ 50 สตางค์ และ 25 สตางค์
พอให้ ขสมก. แลกไปทอนเงินค่าโดยสาร
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมกรมธนารักษ์ ว่า กรมธนารักษ์พร้อมให้ความร่วมมือกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในการแลกเหรียญ 50 สตางค์ และเหรียญ 25 สตางค์ หลังจากที่ ขสมก.มีนโยบายในการปรับลดค่าโดยสารลง 50 สตางค์ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2554
“เรื่องที่ประชาชนจำนวนมากเรียกร้องว่า พนักงานไม่ยอมทอนเหรียญ 50 สตางค์ให้นั้น ยันว่า ขสมก.ได้แลกเหรียญ 50 สตางค์ ไปแล้วถึง 3,353 ล้านบาท และเหรียญ 25 สตางค์ อีก 2,380 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเพียงพอทอนให้ประชาชน” นายวิรุฬ กล่าว
นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์มีเหรียญ 50 สตางค์ หมุนเวียนในตลาดถึง 2 ล้านล้านเหรียญ และยังมีอยู่ในสต๊อกอีก 400 ล้านเหรียญ ขณะที่เหรียญ 25 สตางค์ มีหมุนเวียนในตลาดถึง 3 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าเพียงพอกับความต้องการใช้โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตอีก
นอกจากนี้ นายวิรุฬยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการสั่งจองเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก และเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค. 2554 ซึ่งขณะนี้ได้ปิดรับจองไปแล้วโดยได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทำให้มียอดการสั่งจองซึ่งรวมยอดรับจองของธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ทั่วประเทศแล้วจำนวนกว่า 2.5 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาทซึ่งรายได้จากการจำหน่ายเหรียญที่ระลึก ทั้ง 4 ประเภท หลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว จะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย คาดว่าจะมีรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายประมาณ 110 ล้านบาท
สำหรับการมอบนโยบายให้กรมธนารักษ์ เน้นให้ทำงานต่อเนื่องจากนโยบายเดิม เช่นเรื่องการบริหารที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่น การสำรวจพื้นที่ราชพัสดุในแถบชายแดน เพื่อสร้างเป็นศูนย์กระจายสินค้า ศูนย์พักสินค้า หรือการเปิดพื้นที่เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) เข้าไปค้าขายในพื้นที่ดังกล่าว และจะดึงให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเข้ามาปล่อยกู้เพื่อพัฒนาโครงการและผู้ประกอบการ
“ตอนนี้กำลังศึกษาดูว่ามีพื้นที่ในแถบชายแดนบริเวณใดบ้างที่เหมาะจะดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าว เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้กรมแล้ว ยังถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วย” นายวิรุฬ กล่าว







