
กลัวบ้านขึ้นราคายอดสร้างบ้านพุ่ง
ผู้บริโภคกลัวบ้านแพง เร่งสั่งสร้างบ้านดันยอดจองเฉียด 3,000 ล้านบาท โตขึ้น 30%
ผู้บริโภคกลัวบ้านแพง เร่งสั่งสร้างบ้านดันยอดจองเฉียด 3,000 ล้านบาท โตขึ้น 30%
นายวิบูล จันทรดิลกรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ยอดสั่งสร้างบ้านก่อนงานและในงานรับสร้างบ้าน 2011 รวมเวลาประมาณ 2 เดือนมียอดขายรวม 2,961 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ประมาณไว้ที่ 2,500 ล้านบาท และสูงกว่าปี 2553 ที่มียอดขาย 2,200 ล้านบาท โตขึ้นประมาณ 30% และถือเป็นตัวเลขขายที่สูงที่สุดจากการจัดงานมาตลอด 5 ปี
ปัจจัยที่ทำให้มียอดขายเกินกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเชื่อมั่นกับสถานการณ์การเมืองที่นิ่งขึ้น หลังจากได้รัฐบาลใหม่ และปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ กลัวว่าราคาบ้านจะสูงขึ้น หลังจากรัฐบาลมีนโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บ้าน และราคาวัสดุมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเช่นกัน
ขณะเดียวกันยังเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการปรับตัว โดยการออกแบบบ้านใหม่ๆ และเสนอราคาให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะเพิ่งประกาศลดราคาน้ำมันลงมา และการมีมาตรการส่งเสริมบ้านหลังแรกด้วยดอกเบี้ย 0% แต่ยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่ปัจจัยลบด้านต้นทุนยังสูงกว่า ทำให้ราคาบ้านล็อตใหม่จะสูงขึ้นแน่นอน
“ตัวเลขที่สมาคมประเมินผลกระทบจากการปรับค่าจ้างเป็น 300 บาท จะส่งผลต่อต้นทุนทางตรง 8.2% ขณะที่วัสดุก่อสร้างยังมีแนวโน้มจะปรับราคาขึ้นอีก 4-5% ทำให้ต้นทุนจะขยับขึ้นอย่างน้อย 12% ในปีหน้า แม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงบ้าง แต่เป็นเพียงระยะสั้น และรัฐจะมีมาตรการ 0% มาใช้ แต่ดูแล้วก็ยังไม่ชัดเจน น้ำหนักเรื่องต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจึงมีมากกว่า” นายวิบูล กล่าว
สำหรับยอดขาย 2,961 ล้านบาท ที่ได้จากการจัดกิจกรรมการตลาดในครั้งนี้นั้น เป็นการสั่งสร้างบ้านจำนวน 485 หลัง เป็นบ้านราคา 2.51-5 ล้านบาท มากที่สุด 185 หลัง คิดเป็น 38% บ้าน 5.1-10 ล้านบาท จำนวน 122 หลังคิดเป็น 25.15% บ้านไม่เกิน 2.5 ล้านบาท จำนวน 121 หลัง คิดเป็น 24.95% บ้าน 10.1-20 ล้านบาท 36 หลัง คิดเป็น 7.42% และบ้าน 20 ล้านบาทขึ้นไป 21 หลัง คิดเป็น 4.3%







