
พลังงานชะลอเก็บเงินกองทุนน้ำมันไม่เกิน1ปี
'พลังงาน'ยันชะลอจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันไม่เกิน1ปีคาดสถานะติดลบ2หมื่นล้านบาทหากใช้มาตรการนี้6เดือน
'พลังงาน'ยันชะลอจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันไม่เกิน1ปีคาดสถานะติดลบ2หมื่นล้านบาทหากใช้มาตรการนี้6เดือน
ที่รัฐสภามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง นโยบายกการปรับลดน้ำมันและผลกระทบจากการปรับราคาน้ำมัน และ ผลกระทบจากการงดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ของนายขจิตร ชัยนิคม สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และ นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน
นายสุกิจ กล่าวว่า ปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ คือ การดำเนินการนโยบายเรื่องดังกล่าวของรัฐบาลกำลังผิดพลาดเพราะการชะลอการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ส่งผลให้สถานะกองทุนน้ำมันอาจจะเป็นหนี้ในระยะยาวและถ้าเป็นหนี้แล้วรัฐบาลก็ต้องเอาเงินงบประมาณของแผ่นดินเข้ามาอุดหนุนกองทุนน้ำมัน ซึ่งไม่ถูกต้องจึงต้องการสอบถามว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบายนี้ไปอีกนานเท่าไหรและจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบกับราครขายของพืชพลังงาน เช่น มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และอ้อย
ขณะเดียวกัน ภายหลังมีการทำนโยบายนี้ปรากฎว่ามีท่าทีจากภาคเอกชนที่ประกอบกิจการด้านการขนส่งไม่ยอมลดราคาค่าโดยสารของประชาชนแสดงให้เห็นว่ามาตรการกระชากค่าครองชีพของรัฐบาลไม่สามารถทำได้จริงแล้วจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร
นายพิชัย กล่าวว่า นโยบายนี้จะไม่ได้เป็นมาตรการถาวรเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว อย่างมากที่สุดระหว่าง 4-8 เดือนแต่ไม่เกิน 1 ปีแน่นอน โดยหลังจากนั้นจะเมื่อมีการยกเลิกมาตรการดังกล่าวรัฐบาลจะเริ่มดำเนินการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบเพราะมีความบิดเบือนกลไกราคามาเป็นเวลานานควบคู่ไปกับการนโยบายเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในด้านต่างๆ
"มาตรการนี้อาจทำให้สถานะกองทุนน้ำมันติดลบ 4 พันล้านบาทคาดว่าถ้าใช้ประมาณ 4-6 เดือนจะติดลบประมาณ 2-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขติดลบที่น้อยกว่ามาตรการงดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่ทำให้สูญเสียเงินเข้ารัฐประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ได้ใช้เงินมากขนาดนั้น" นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า ส่วนนโยบายพลังงานทดแทนรัฐบาลชุดนี้ยังคงให้ความสำคัญอยู่โดยตั้งเป้าว่าจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานทดแทนในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม ได้เข้าไปตรวจสอบราคาพืชพลังงานแล้วปรากฎว่าราคาขายยังอยู่ในระดับปกติก่อนที่จะมีมาตรการชะลอการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เช่น อ้อย 2-3บาทต่อกิโลกรัม เป็นต้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันปาล์มมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ที่สำคัญรัฐบาลจะขยายการเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลชนิดบี4เพิ่มเติมออกไปอีกหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติก่อนหน้านี้ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2554 เพื่อช่วยระบายปริมาณปาล์มน้ำมันในระบบ.







