
บีเอ็มดับเบิลยู X1 ดีเซล ซีเคดี SUV ขับสนุก&ประหยัด
เห็นราคาน้ำมันที่รัฐบาลปูยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประกาศลดลงมาแล้วก็ละเหี่ยใจครับ
เห็นราคาน้ำมันที่รัฐบาลปูยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประกาศลดลงมาแล้วก็ละเหี่ยใจครับ
โดย..นิธิ ท้วมประถม
เพราะการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 95 ลดลง ลิตรละ 8.20 บาท เบนซิน 91 ลดลงลิตรละ 7.17 บาท และ ดีเซลลดลงลิตรละ 3 บาท
แล้วอย่างนี้ใครจะไปเติมโซฮอล์ 91 กันล่ะครับพี่น้อง เขาก็ไปเติมเบนซิน 91 กันหมดแล้ว เพราะลึกๆ แล้วผู้บริโภคยังมั่นใจว่าน้ำมันยังมีคุณภาพดีกว่า
เมื่อราคาน้ำมันทั้งสองชนิดปรับลดลงมาใกล้เคียงกันอย่างนี้ แน่นอนว่าผู้ใช้รถก็ต้องหันไปเติมเบนซินปกติครับ ว่ากันไม่ได้
เรื่องนี้ต้องว่า นโยบายรัฐบาลแบบเน้นๆ ว่าทำไปเพื่ออะไร จะว่าเพื่อช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง ก็เฉพาะแค่น้ำมันดีเซล ส่วนเบนซิน 95 และ 91 นั้นผมมองไม่เห็นประโยชน์อะไรครับ
น่าเบื่อครับ นโยบายหาเสียงแบบนี้ สร้างแต่คะแนน แต่ทำลายภาพรวมของเศรษฐกิจ
เอ้า...กลับมาเรื่องของเราดีกว่าครับ นอกเรื่องไปอีกแล้ว
บีเอ็มดับเบิลยู X1 เครื่องยนต์ดีเซลซีเคดี หรือรุ่นประกอบในประเทศ คือ พระเอกในท้องเรื่องของหน้ารถยนต์ในวันนี้
ที่ผ่านมาบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สร้างความฮือฮาให้กับตลาดรถยนต์ SUV ขนาดเล็ก ด้วยการประกอบ X1 เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร มาเปิดตลาดในประเทศไทย
และถือว่า บีเอ็มฯ X1 ได้กลายเป็นรถยนต์ยอดนิยมในตลาดรถประเภทนี้ไปในเวลาเพียงข้ามคืน เพราะระดับราคา 2.5 ล้านบาท สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร นั้นมีราคาต่ำกว่าบีเอ็มฯ ซีรีส์ 3 เครื่องยนต์ตัวเดียวกันอยู่มากโขเหมือนกัน
ส่วนตัวแล้วผมก็ชอบ X1 อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะด้วยความเป็นรถ SUV ขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวทั้งการใช้งานในเมือง และใช้เดินทางต่างจังหวัด ยกสูงนิดๆ ลุยน้ำในเมืองสบายๆ แต่ติดอยู่ตรงที่ ช่วงแรกบีเอ็มฯ ประเทศไทย ประกอบแต่เครื่องยนต์เบนซิน ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลนั้น มีแต่รุ่นนำเข้า หรือซีบียู ที่มีค่าตัว 3 ล้านกลางๆ ทำให้แอบเคืองอยู่หน่อยๆ
แต่แล้ว บีเอ็มฯ ก็คิดได้ว่า เครื่องยนต์ดีเซล คือความแข็งแกร่งอีกอย่างของบีเอ็มฯ เมื่อเป็นอย่างนั้นก็เลยคลอดบีเอ็มฯ X1 ซีเคดีเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ที่ใช้อยู่ในซีรีส์ 3 ออกมาสู่ตลาดแบบเงียบๆ
X1 ซีเคดี ดีเซล นั้นรูปร่างหน้าตารวมๆ เหมือนกับ X1 เบนซิน 1.8 ลิตร นั่นแหละครับ แต่เพิ่มชุดแต่ง XLine และราวหลังคาขึ้นมา รวมทั้งมีตัวอักษรที่บอกรุ่นที่เขียนว่า sDRIVE 20d ติดอยู่ตรงบั้นท้ายให้ได้รู้ว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล
ส่วนระบบขับเคลื่อนของ X1 20d นี้ยังไม่ใช่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะที่เรียกว่า xDRIVE เหมือนกับรุ่นพี่อย่าง X3 และ X5 นะครับ แต่ X1 นั้นใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง
เรียกว่าเป็นรุ่น “หล่อเล็ก” ได้อย่างสบายๆ เท่ดีจริงๆ ด้านหน้าดูสปอร์ตหน่อยๆ กับไฟหน้าเฉี่ยวๆ ส่วนบั้นท้ายตัดๆ สวยครับ ใครไม่ชอบผมไม่รู้ แต่ว่าผมชอบ
ภายในของเจ้าหล่อเล็กคันนี้มาเต็มใช้ได้ครับกับเบาะหนังแท้แบบ Nevadaนุ่มสบายไม่น้อย แถมเบาะผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยไฟฟ้าและล็อกความจำได้
สตาร์ตรถเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม ซึ่งต้องยอมรับว่าเสียงเครื่องยนต์ดีเซลนั้นดังกว่าเครื่องเบนซินแน่นอน แถมสั่นกว่าได้ แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่รับได้ครับ ไม่ได้มากมายอะไร
เริ่มขับเจ้าหล่อเล็กในเมือง ต้องบอกว่าพวงมาลัยค่อนข้างมีน้ำหนักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคอะไรมากนัก ขับไปแบบเรื่อยๆ เบื่อๆ ก็กดปุ่มเปลี่ยนช่องวิทยุ บนพวงมาลัยหนัง 3 ก้าน ไปเรื่อยๆ สบายๆ
เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ให้กำลังจัดจ้านดีครับ ไม่มีอืดอาดให้เห็น นอกจากตอนขยับออกตัวที่อืดๆ แต่หากรอบความเร็วเครื่องยนต์ขยับมาเกิน 1,500 รอบต่อนาที ฉีกทิ้งคำว่า “อืด” ไปได้เลย
อัตราเร่งดีมากครับตามสไตล์เครื่องดีเซลจากยุโรป เหยียบเป็นมาก็แรงบิดตั้ง 350 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,750-3,000 รอบต่อนาที แค่แตะๆ ก็มาแล้ว ไม่ต้องลากรอบเครื่องยนต์ให้หนวกหู
ส่วนแรงม้า สำหรับการวิ่งทางยาวๆ ความเร็วสูงๆ ก็มีม้าให้เฆี่ยนถึง 177 ตัว รอบเครื่องยนต์ 4,000 รอบต่อนาที อัดกันให้เต็มที่ ได้เห็นความเร็ว 200 กม./ชม.
ถ้าเหยียบคันเร่งอย่างเดียวแล้วไม่สะใจ เอื้อมนิ้วจากพวงมาลัย มายังแป้นเกียร์ที่อยู่ด้านหลังพวงมาลัยเพื่อปรับเปลี่ยนเกียร์ ก็ได้อารมณ์มันไปอีกแบบ
ซึ่งการเปลี่ยนเกียร์นี้ทำได้ทั้งจากแป้นเกียร์หลังพวงมาลัย และที่คันเกียร์ปกติครับ แต่ต้องขยันเปลี่ยนเกียร์หน่อยนะครับ เพราะรอบแต่ละเกียร์จะถี่หน่อย แต่สิ่งที่จะได้กลับมาคืออัตราการประหยัดน้ำมัน เมื่อวิ่งที่ความเร็วนิ่งๆ
ช่วงล่างหนึบหนับตามสไตล์ บีเอ็มฯ ไม่ต้องห่วงเรื่องการทรงตัวในช่วงความเร็วสูง เพราะผมขับเจ้าหล่อเล็กนี้ด้วยความเร็วที่เกิน 150 กม./ชม.อยู่บ่อยๆ ก็แหม...ความเร็วขึ้นมาเกิน 140 กม./ชม.เร็วเหลือเกิน เหยียบแบบนิ่มๆ หน่อยเดียว วิ่งฉิวซะแล้ว
เครื่องดีเซลและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว นี่ผมยังคิดๆ อยู่ว่าแล้วถ้าบีเอ็มฯ เอาเกียร์ที่ใส่ใน ซีรีส์ 5 ที่เป็น 7 เกียร์ มาใส่ในเจ้าหล่อเล็กคันนี้ จะสนุกและประหยัดกว่านี้แค่ไหน
เพราะแค่ 6 เกียร์ ยังมีอัตราสิ้นเปลืองที่สะเทือนใจปั๊มน้ำมัน อยู่ที่ประมาณ 12-15 กม./ลิตร ว้าวววว
ขับสนุกๆ ประหยัดๆ กับค่าตัว 2.7 ล้านบาท ทำให้ผมตัดสินใจเก็บเงินหยอดกระปุก เพื่อจะได้เธอมาไว้ในครอบครอง...







