
ผลกระทบจากนโยบายดอกเบี้ย
ข่าวดีมาพร้อมข่าวร้าย...เรื่องดีๆ
ข่าวดีมาพร้อมข่าวร้าย...เรื่องดีๆ
โดย..สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
หลายเรื่องที่ประชาชนจะได้รับจากนโยบายของรัฐบาลที่เพิ่งแถลงเสร็จไปนั้น...กำลังเริ่มขยับเป็นรูปธรรม
เรื่องกู้ซื้อบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% 5 ปี เป็นที่ต้องการมากเหลือเกินของคนอยากมีบ้านหลังแรกในชีวิต อันนี้ก็อดใจรออีกไม่นาน คงเริ่มใช้บริการกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้
เรื่องเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาทและค่าจ้างวันละ 300 บาท ก็น่าจะเริ่มทำได้ในปีนี้เช่นกัน คนทำงานรับประทานเงินเดือนและคนใช้แรงงานทั้งหลายจะได้ไม่ต้องอดๆ อยากๆ อีกต่อไป
เรื่องยกเว้นเก็บภาษีน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลถูกลงไปหลายบาท ช่วยกดต้นทุนด้านขนส่งให้ต่ำลง ผู้ประกอบการก็จะได้ประโยชน์แบบเต็มๆ ส่วนผู้ใช้บริการรถเมล์ก็ดี เรือโดยสารก็ดี จะเสียค่าบริการลดลงทันที ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าให้กับคนมีรายได้น้อยไปเยอะพอสมควร
เรื่องดีๆ ที่โดนใจ ทั้งคนในเมืองและคนชนบทยังมีอีกหลายอย่าง เก็บไว้ทยอยว่ากันในโอกาสต่อไป
แต่ในอารมณ์ของข่าวดีก็มีข่าวร้ายปนให้เสียขวัญ!!
เมื่อมีการประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารแห่งประเทศไทยอีกร้อยละ 0.25 รวมเป็นอัตราดอกเบี้ยในเวลานี้ วิ่งไปจอดที่ 3.50% ต่อปีแล้วครับพี่น้อง
มันเป็นข่าวดีของคนมีเงินฝากเก็บกินดอกเบี้ย แต่เป็นฝันร้ายทันทีของคนกู้เงินทุกประเภท!!
มนุษย์เงินผ่อนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต กู้ซื้อบ้าน ไฟแนนซ์รถ สินเชื่ออุปโภคบริโภค รวมถึงพ่อค้า ผู้ประกอบการ นักธุรกิจทั้งหลาย ที่กู้เงินมาลงทุนหรือหมุนเวียนในกิจการ โดนเต็มๆ กันถ้วนหน้า
โดยเฉพาะคนทำงานรับประทานเงินเดือนประจำ ที่มีภาระต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนหนี้บัตรเครดิต งานนี้จุกอกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกแน่นอน
เพราะแต่ละเดือนต้องควักกระเป๋าจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย ถ้านับตั้งแต่ต้นปีที่มีการปรับเพิ่มดอกเบี้ยมาแล้ว 67 ครั้ง รับประกันได้ว่าเงินที่ผ่อนแต่ละงวดแทบไม่เหลือไปตัดหนี้เงินต้น หลายคนอาจต้องถูกบังคับให้ผ่อนจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้นอย่างไม่เต็มใจ
สถานการณ์แบบนี้ ไม่มีใครแฮปปี้ เงินเดือนที่ได้รับ รายได้ที่หามาแต่ละเดือน ต้องถูกหักคอแบ่งจ่ายให้เจ้าหนี้อย่างไม่มีอนาคต เงินต้นไม่หดต้องหมดไปกับดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีทางเลือก ชีวิตที่เหลือจะมีความสุขได้อย่างไร??
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบกับปากท้องของประชาชนหลายล้านคนในประเทศ คนขึ้นก็ขึ้นไป คนจ่ายก็กลืนเลือดจ่ายไป น่าเศร้าใจเป็นยิ่งนัก
เหตุผลที่ต้องขึ้นดอกเบี้ย...ก็บอกทุกครั้งว่าจำเป็นต้องยันเงินเฟ้อให้อยู่หมัด แต่ปรับขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ก็ไม่เห็นจะกดเงินเฟ้อได้อย่างที่อ้างถึง ดูเหมือนว่ายิ่งขึ้นดอกเบี้ยเท่าไหร่ เงินเฟ้อกลับยิ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว สรุปว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้มันถูกที่หรือผิดทาง??
สังคมนี้อยากทราบข้อเท็จจริงแบบตรงไปตรงมา นักวิชาการชั้นครู ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ กูรูนักคิดทั้งหลาย รวมถึงเครือข่ายสื่อมวลชนทุกแขนง น่าจะช่วยกันออกแรงวิเคราะห์เจาะลึกศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด แล้วช่วยสรุปจะๆ เปรียบเทียบการขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่ละครั้งตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงครั้งล่าสุดว่าเป็นอย่างไรกันแน่
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่ละครั้งนั้น จริงๆ แล้วมันมีผลอย่างไรต่อเงินเฟ้อและภาครวมเศรษฐกิจของประเทศ??
และที่อยากเห็นมากๆ คือการชำแหละผลได้ผลเสียจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่ละครั้งว่า ใครได้ประโยชน์เท่าไหร่อย่างไร คนฝากเงินได้เท่าไหร่ คนกู้เงินเสียเท่าไหร่ และสถาบันการเงินได้เสียอย่างไร
ขอฝากให้กูรู ผู้รู้ ช่วยทำการบ้าน จะส่งผ่านข้อมูลให้ผมเปิดเผยในคอลัมน์นี้...จะยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ







