
หุ้นดิ่งดันผลตอบแทนปันผล
แบงก์แจกดีคาดปตท.เกิน5บาท
แบงก์แจกดี-คาดปตท.เกิน5บาท2วันเม็ดเงินสะพัดกว่า8.4พันล้าน
หุ้นดิ่งดันผลตอบแทนเงินปันผลพุ่ง 2 วัน บจ.ขึ้นป้าย XD จ่ายผู้ถือหุ้นกว่า 8,400 ล้านบาท ด้านธนาคารทยอยแจก งวดกลางปี BAY ให้มากขึ้น คาด ปตท.หรู
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประกาศจ่ายเงินปันผลกลางปีนี้ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท คิดเป็นเม็ดเงิน 2,125.9 ล้านบาท นับว่าจ่ายมากกว่ากลางปีก่อนที่แจกหุ้นละ 0.22 บาท ส่งผลให้ราคาหุ้น BAY ขยับขึ้น 0.50 บาท ปิดที่ 24.60 บาท สวนทางตลาดหุ้นรวมรูดลงแรง
ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประกาศจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นเม็ดเงิน 1,196.81 ล้านบาท และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) จ่ายในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท เป็นเงินจำนวน 168.45 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จ่ายเงินปันผลกลางปีนี้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 3,399 ล้านบาท ทั้งนี้ SCB และ KBANK จ่ายกลางปีนี้เท่ากับปีก่อน
ด้านบริษัทจดทะเบียน (บจ.) นอกกลุ่มการเงิน ก็จ่าย เงินปันผลที่ดี ล่าสุดคณะกรรมการบริษัท ช.การช่าง (CK) ประกาศจ่ายหุ้นละ 0.10 บาท ให้ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 9 ก.ย. กำหนดจ่ายเงินในวันที่ 23 ก.ย. 2554 บริษัท สหมิตรเครื่องกล (SMIT) ก็แจกเงินปันผลหุ้นละ 0.10 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 3.3% เทียบราคาหุ้นปิดที่ 2.98 บาท
สำหรับ บจ.ที่ประกาศจ่ายเงินปันผลก่อนหน้านี้และกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ให้สิทธิผู้ถือหุ้นรับเงินปันผลในวันที่ 25 ส.ค. และวันที่ 26 ส.ค. มีเม็ดเงินรวมประมาณ 8,407.88 ล้านบาท
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ในวันที่ 25 ส.ค. จะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปีนี้
ส่วนผลการดำเนินงานในปีนี้บริษัทยังมั่นใจว่ารายได้จะทะลุ 2 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมาย บนสมมติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ย 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล รวมทั้งกำไรก็จะดีขึ้นกว่าปีก่อน
ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ว่า บริษัท ปตท. จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปีนี้สูงกว่าที่จ่ายกลางปีก่อนหุ้นละ 4.75 บาท และอาจจะมากกว่า 5 บาท เนื่องจากกำไรที่เพิ่มขึ้นมาก คาดทั้งปี 2554 จะทะลุ 1 ล้านล้านบาท
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ในภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลดลงจากปัจจัยภายนอกประเทศที่ยังเสี่ยงสูงนั้น สิ่งที่นักลงทุนจะสามารถทำได้คือการเลือกเข้าลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลที่ดีและราคาหุ้นยังมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจในประเทศ
นอกจากนี้ การที่ราคาหุ้นลดลงก็จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปรับเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่าหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนปันผลที่ดีในส่วนของหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ให้ผลตอบแทน 7% บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ให้ผลตอบแทน 5.4% บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ให้ผลตอบแทน 4.5% และบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ให้ผลตอบแทน 5.2%
ส่วนหุ้นขนาดกลางมีประมาณ 6 บริษัท อาทิ บริษัท ศุภาลัย (SPALI) ให้ผลตอบแทน 6.5% และบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) ให้ผลตอบแทน 8% ส่วนหุ้นขนาดเล็ก เช่น บริษัท แสนสิริ (SIRI) ให้ผลตอบแทน 10.3% บริษัท ทุนภัทร (PHATRA) ให้ผลตอบแทน 16.5%







