
ค่ายรถ-บริษัทน้ำมันกัดฟันหนุน อี 85 หลังรัฐบาลใหม่ลอยแพ
กลายเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนเสียแล้ว สำหรับนโยบายการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทย
กลายเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนเสียแล้ว สำหรับนโยบายการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทย
โดยเฉพาะในส่วนของเชื้อเพลิง อี85 ที่รัฐบาลใหม่ดูมีท่าทีหมางเมินต่อการสนับสนุน แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาที่เดินหน้านโยบายในการสนับสนุนอย่างชัดเจนและเต็มรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นการกดราคาจำหน่ายเชื้อเพลิง อี85 ด้วยมาตรการต่างๆ จนราคาขายปลีกถูกมากพอจูงใจให้มาใช้ โดยราคาต่ำกว่าเบนซิน 91 กว่าลิตรละ 10 บาท ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ส่งเสริมการใช้งานรถยนต์เชื้อเพลิง อี85 ด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าทั้งรถยนต์และชิ้นส่วนเพื่อการผลิตรถยนต์ รวมถึงผลักดันจน อี85 ได้โครงสร้างภาษีหมวดพิเศษ
ท่ามกลางความไม่ชัดเจนของนโยบายการสนับสนุน รวมไปถึงกระแสการยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราว ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการทำตลาดแก๊สโซฮอล์ เนื่องจากจะทำให้ส่วนต่างด้านราคาลดลงอย่างเห็นได้ชัด
อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม เปิดเผยว่า บางจากยังพร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะ อี85 อย่างต่อเนื่อง และมองว่าจะส่งผลดีต่อประเทศ ทั้งในเรื่องการลดการนำเข้าน้ำมัน และยังช่วยเรื่องของราคาสินค้าเกษตรที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการใช้งาน
การสนับสนุนที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุดก็คือ การเดินหน้าขยายสถานีบริการอย่างเต็มที่จากที่มีอยู่ 18 สาขาในปัจจุบัน จะเพิ่มเป็น 30 สาขาในสิ้นปีนี้ และมีแผนที่จะขยายเพิ่มอีก 2030 แห่งในปี 2555 หากมีความต้องการในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ ที่บางจากเริ่มเดินหน้าขยายออกไป
“ตอนนี้นอกจากรถยนต์ที่มีการผลิตออกมาจำหน่ายแล้ว ผู้บริโภคในหลายพื้นที่มีการติดตั้งคอนเวอร์ชัน คิต เพื่อให้รถใช้งาน อี85 ได้ ซึ่งแม้เราจะมียอดจำหน่าย อี85 ไม่มากราว 5 แสนลิตรต่อเดือน แต่ก็อยากให้รัฐบาลสนับสนุนต่อ และเราพร้อมจะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในเรื่องนี้” อนุสรณ์ กล่าว
ด้านบริษัท ปตท. ผู้ให้บริการสถานีน้ำมันรายใหญ่ยังเดินหน้าขยายสถานีบริการ อี85 โดยล่าสุดมีสถานีที่เปิดให้บริการแล้ว 6 สาขาและมีแผนจะเพิ่มเป็น 15 สาขาภายในสิ้นปีนี้
เมื่อพิจารณาจากยอดการใช้งานของ อี85 ที่มีปริมาณความต้องการเพียง 2.6 หมื่นลิตรต่อวัน ถือว่ามีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งานน้ำมันเบนซิน 20.7 ล้านลิตรต่อวัน แต่หากมองในแง่ของแนวโน้มการเติบโตแล้ว ถือว่ามีโอกาสที่ดี เมื่อผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เริ่มหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น โดยเชฟโรเลตเป็นผู้ประกอบการรายล่าสุดที่พัฒนารถยนต์ อี85 ลงสู่ตลาดกับรถเอสยูวีอย่างแคปติว่า ตามหลังวอลโว่ที่ทำตลาดเป็นรายแรกในรุ่น เอส80 และมิตซูบิชิ ที่ส่งแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ เอฟเอฟวี เข้ามาทำตลาด
โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวทางในการสนับสนุน อี85 เป็นแนวทางที่รัฐบาลเดิมให้การสนับสนุนมาตลอด และรัฐบาลใหม่ก็ควรที่จะเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดผลดีต่อการพัฒนาในประเทศ ซึ่งบริษัทในฐานะผู้ที่ผลิตรถยนต์ อี85 ออกมา และมียอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 4,200 คัน เชื่อว่า อี85 เป็นตลาดที่มีอนาคต
สำหรับมิตซูบิชิเองมีการเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนโครงการดังกล่าวไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเน้นทำตลาดแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ เครื่องยนต์ อี85 รวมไปถึงโครงการอีโคคาร์ของบริษัทก็มีการเตรียมถังน้ำมันและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งาน อี85 เช่นกัน
นอกเหนือจากมิตซูบิชิแล้ว แว่วมาว่ามีค่ายรถอีกหลายรายที่ซุ่มเงียบพัฒนารถยนต์เชื้อเพลิง อี85 เพื่อรอเวลาเปิดตัวที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันตลาดต่อไปหรือไม่ก็ตาม แต่โครงสร้างภาษีที่รัฐบาลเดิมเปิดทางเอาไว้ที่ช่องว่าง 3% ก็ถือว่ามีมูลค่ามากพอที่ค่ายรถรายใหญ่ไม่สามารถทำเมินกับสิทธิประโยชน์นี้ได้
เหลือแค่ราคาจำหน่ายน้ำมันที่ยังเดาทิศทางไม่ออก ว่ารัฐบาลจะเอาใจใส่แต่เบนซินธรรมดาควบดีเซลเพียงอย่างเดียว หรือจะหาทางช่วยเหลือแก๊สโซฮอล์ไปพร้อมๆ กันในอนาคต เพื่อให้ประชาชนทั่วหน้ามีความสุขร่วมกัน เหมือนที่อนุสรณ์บอกว่าอยากเห็นรัฐบาลเร่งดำเนินการโดยทันที!!!







