posttoday
จับตา กนง.ดันเงินบาทแข็งค่า

จับตา กนง.ดันเงินบาทแข็งค่า

22 สิงหาคม 2554

สัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัว

สัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัว

โดย..วารุณี สิทธิถาวร 

โดยมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคาร ขณะที่ไม่มีปัจจัยที่มีผลเปลี่ยนแปลงสภาพคล่องในตลาดเงินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 3.15% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน ปรับตัวอยู่ที่ 3.25% เทียบกับ 3.24932-3.25% ในสัปดาห์ก่อน

สัปดาห์นี้ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินจะขึ้นอยู่กับผลการประชุมนโยบายอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 ส.ค.เป็นหลัก โดยเครือธนาคารกสิกรไทย คาดว่า กนง.น่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 0.25% จาก 3.25% มาที่ 3.5%

ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.42% ในวันศุกร์เพิ่มขึ้นจาก 3.41% ในสัปดาห์ก่อนหน้าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้นถึงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางการคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และแรงขายพันธบัตรจากนักลงทุนต่างชาติ ก่อนที่อัตราผลตอบแทนจะปรับตัวลดลงท้ายสัปดาห์จากความกลัวความเสี่ยงของนักลงทุน

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.06% ในวันพฤหัสบดีลดลงจาก 2.26% ในวันศุกร์ก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวขึ้น แต่อัตราผลตอบแทนปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และปัญหาหนี้ในยุโรปที่กำลังลุกลามไปยังภาคธนาคาร ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศส และเยอรมนียังไม่มีแผนที่ชัดเจนว่าจะเพิ่มขนาดกองทุนช่วยเหลือยูโรโซนหรือการขายพันธบัตรยูโร

ฟากตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินบาท (Onshore) เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น โดยเงินบาทได้รับแรงหนุนในช่วงต้นสัปดาห์ จากความหวังก่อนการประชุมระหว่างผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนีซึ่งอาจมีการหารือเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขวิกฤตหนี้ยุโรป ขณะที่แรงซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติก็เป็นปัจจัยบวกต่อเงินบาทเพิ่มเติมในช่วงกลางสัปดาห์ อย่างไรก็ดีเงินบาทต้องลดช่วงบวกดังกล่าวลงในช่วงต่อมา ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มที่เปราะบางของเศรษฐกิจโลกที่กระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ดีเงินบาทฟื้นตัวกลับมาอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ จากแรงขายเงินเหรียญสหรัฐของผู้ส่งออกในวันศุกร์ ทำให้เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ 29.78 บาท/เหรียญสหรัฐ จากระดับ 29.89 บาท/เหรียญสหรัฐ ในวันก่อนหน้า

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์นี้ เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.75-30.1 บาทต่อ/เหรียญสหรัฐ โดยคงต้องจับตาข้อมูลจีดีพีประจำไตรมาส 2/2554 และผลการประชุมนโยบายการเงินของไทย ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่เดือน ก.ค. และตัวเลขจีดีพี ประจำไตรมาส 2/2554 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของประธานเฟดในระหว่างการประชุมที่รัฐไวโอมิงด้วยเช่นกัน

ด้านเงินยูโรและเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เงินยูโรทยอยอ่อนค่าลงในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของสัปดาห์ หลังพุ่งขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนการประชุมเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขวิกฤตระหว่างฝรั่งเศส และเยอรมนี ขณะที่มีข้อมูลยืนยันว่า ECB ได้เริ่มกลับมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสมาชิกอีกครั้งแล้ว ทั้งนี้เงินยูโรต้องทยอยลดช่วงบวกลงในช่วงต่อมาหลังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมจากการประชุมของฝรั่งเศสและเยอรมนีดังกล่าว นอกจากนี้ สัญญาณเชิงลบของเศรษฐกิจสหรัฐและยูโรโซน ตลอดจนความกังวลต่อความเสี่ยงของระบบการเงินในยุโรป ก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผลการประชุมธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ที่ปราศจากมาตรการที่แข็งกร้าวต่อการสกัดการแข็งค่าของเงินฟรังก์สวิส ก็เป็นปัจจัยที่กดดันเงินยูโรในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ด้วยเช่นกัน เงินเยนยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่องท่ามกลางกระแสการเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน อย่างไรก็ดีความกังวลต่อการเข้าแทรกแซงตลาดจากทางการญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น เมื่อเงินเยนแข็งค่าเข้าใกล้ระดับแข็งค่าสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในวันศุกร์ เงินยูโรอยู่ที่ 1.4331 เทียบกับ 1.4248 เหรียญสหรัฐ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 76.60 จาก 76.86 เยน/เหรียญสหรัฐในวันศุกร์ก่อนหน้า

ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปรับตัวผันผวนแต่ยังปิดบวกเล็กน้อยท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,069.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.67% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 14.64% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 36,335.45 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 306.47 จุด เพิ่มขึ้น 0.68% จากสัปดาห์ก่อน  

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ