
วอชิงตันออกกฎหมายใหม่เพิ่มกติกาผลิตส่งออกสินค้าไปสหรัฐ
เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา รัฐวอชิงตันได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายฉบับหนึ่ง
เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา รัฐวอชิงตันได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายฉบับหนึ่ง
โดย...สเตซี่ เบี้ยด
เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา รัฐวอชิงตันได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตสินค้าและส่งออกในประเทศไทย รวมไปถึงบริษัทคู่ค้าในประเทศสหรัฐอเมริกา
นั่นคือบทบัญญัติใหม่ของกฎหมายป้องกันการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม (Unfair Competition Law) โดยห้ามมิให้บริษัทที่ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนหรืออุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ทำการจำหน่ายสินค้าในรัฐวอชิงตันทั้งทางตรงและทางอ้อม
ในทางปฏิบัติแล้วกฎหมายนี้บังคับโดยทางอ้อมให้บริษัทในสหรัฐอเมริกาตรวจสอบซัพพลายเออร์ และเลือกทำธุรกิจเฉพาะกับบริษัทต่างชาติที่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์
เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐลุยเซียนาก็ได้บังคับใช้กฎหมายแบบเดียวกัน ส่วนรัฐอื่นๆ กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาออกกฎหมายลักษณะคล้ายกันนี้
การใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนอาจทำให้บริษัทหนึ่งมีข้อได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรม โดยมีต้นทุนการทำธุรกิจที่ต่ำกว่า ทำให้ขายสินค้าได้ในราคาที่ต่ำกว่าบริษัทอื่นที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ถูกลิขสิทธิ์ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการแข่งขันในตลาด รัฐวอชิงตันจึงเปิดโอกาสทางกฎหมายให้บริษัทที่เสียเปรียบได้รับค่าชดเชยจากความสูญเสีย ขณะเดียวกันก็ห้ามมิให้จำหน่ายสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทที่ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนในรัฐวอชิงตัน จนกว่าบริษัทนั้นจะได้ปฏิบัติตามกฎหมาย
กฎหมายฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ทั้งกับผู้ส่งออกและผู้ผลิตสินค้าทั่วโลก หากวางจำหน่ายในรัฐวอชิงตัน แม้ว่าแรกเริ่มเดิมทีจะถูกขนส่งเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านทางมลรัฐอื่นก็ตาม
นั่นหมายถึงบริษัทในประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย จีน ฟิลิปปินส์ สามารถยื่นคำฟ้องต่อศาลรัฐวอชิงตัน หรือนำเสนอข้อมูลต่ออัยการของรัฐ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากโรงงานที่รับจ้างผลิตสินค้าชนิดเดียวกันในภูมิภาคใดของโลกก็ได้รวมถึงในประเทศไทย
เนื่องจากมลรัฐวอชิงตันมีท่าเรือขนส่งสินค้าที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาของผู้ผลิตสินค้าจากภูมิภาคเอเชีย กฎหมายฉบับใหม่นี้จึงมีผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อมต่อโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าในภูมิภาคนี้
หากโรงงานผลิตสินค้าที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่สามารถชำระค่าเสียหายตามที่ศาลตัดสินได้ บริษัทคู่แข่งที่ถูกเอาเปรียบสามารถฟ้องร้องลูกค้าของโรงงานแห่งนั้นแทนได้ เช่น หากห้างสรรพสินค้า จำหน่ายสินค้าที่ผลิตโดยโรงงานแห่งนั้น หรือสินค้านั้นๆทำจากส่วนประกอบที่ผลิตโดยโรงงานที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ตัวอย่าง บริษัท A ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้ว่าจ้างโรงงานในประเทศไทยทำการผลิตรองเท้าเพื่อวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าที่มีสาขาในรัฐวอชิงตันและในรัฐอื่นๆ โดยมีบริษัท B ซึ่งเป็นบริษัทในสหรัฐอเมริกาเช่นกันและเป็นคู่แข่งของบริษัท A ในรัฐวอชิงตัน และพบว่าโรงงานในประเทศไทยที่บริษัท A จ้างผลิตรองเท้านั้น ใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจ บริษัท B สามารถทำการฟ้องร้องโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกในประเทศไทยว่ามีการแข่งขันทางธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม และหากศาลรัฐวอชิงตันตัดสินว่าโรงงานผลิตรองเท้าไทยทำผิดกฎหมายจริง แต่ทางโรงงานปฏิเสธไม่ชำระค่าเสียหายให้แก่บริษัท B ในกรณีนี้ บริษัท B มีสิทธิ์ฟ้องร้องบริษัท A ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม เพื่อชดเชยค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำของผู้รับจ้างผลิตสินค้าในต่างประเทศได้ อย่างไรก็ดี การที่โรงงานผลิตรองเท้าไทยปฏิเสธไม่ชำระค่าเสียหายนั้น อาจทำให้บริษัทเสี่ยงต่อการถูกจัดให้อยู่ในบัญชีดำของผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าวอาจถูกเก็บออกจากชั้นวางจำหน่ายสินค้าได้
ความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องมารับผิดชอบต่อการกระทำของบุคคลที่สาม เช่น ซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ ย่อมกระตุ้นให้บริษัทเจ้าของแบรนด์สินค้าชื่อดังต่างๆ หันมาตรวจสอบนโยบายการใช้ซอฟแวร์และอุปกรณ์ไอทีของบริษัทคู่ค้า ขณะเดียวกัน กฎหมายฉบับนี้ก็เปิดโอกาสให้บริษัทได้โปรโมทตัวเองในแง่ที่ว่า ได้วางนโยบายเลือกใช้แต่ซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์ในการทำธุรกิจมานานแล้ว นอกจากนี้ยังช่วยเสริมข้อได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้าให้กับประเทศที่มีการใช้ซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์อย่างแพร่หลายในภาคธุรกิจการผลิต ข้อได้เปรียบในการแข่งขันนี้จะยิ่งเด่นชัดมากขึ้นหากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นผู้ริเริ่มกำหนดมาตรฐาน ในการออกใบรับรองสถานะทรัพย์สินไอทีว่ามีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ให้แก่โรงงานและบริษัทต่างๆ การเป็นผู้นำในการกำหนดมาตราฐานเป็นรายแรกของโลก อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเสริมความโดดเด่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาคนี้ได้
หากคุณทำธุรกิจรับจ้างผลิตหรือส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกา และลูกค้านำสินค้าไปวางขายจำหน่ายในรัฐวอชิงตัน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากคุณได้ศึกษากฎหมายฉบับนี้ และตรวจสอบการใช้ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในสำนักงาน หรือหากคุณซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่คุณสงสัยว่าอาจใช้ซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ไอทีที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจ คุณควรตรวจสอบข้อเท็จจริงกับคู่ค้าเพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ภายหลัง
สำหรับผู้ผลิตสินค้าที่ต้องแข่งขันกับบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเถื่อน กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้บริษัทของคุณเรียกร้องความเป็นธรรมในการแข่งขันธุรกิจ และสำหรับรัฐบาลที่ต้องการขยายฐานภาคธุรกิจการผลิต กฎหมายฉบับนี้ได้เปิดโอกาสให้ประเทศเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการค้าในตลาดโลกอย่างเป็นธรรม
แม้ว่าปัจจุบันเวทีธุรกิจจะได้รับการพัฒนามาถึงยุคโลกไร้พรมแดน แต่ทว่าความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจก็ไม่เคยล้ำหน้าความสำคัญของการแข่งขันกันอย่างยุติธรรมภายใต้กติกาเดียวกัน หากชัยชนะนั้นจะได้รับการยอมรับและมีความยั่งยืน







