posttoday
เมื่อชีวิตต้องเลือก..คิดก่อนตัดสินใจ

เมื่อชีวิตต้องเลือก..คิดก่อนตัดสินใจ

20 สิงหาคม 2554

เคยมีผู้อาวุโสท่านหนึ่งทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นคนที่ “เหมือนจะรู้ทุกเรื่อง”

เคยมีผู้อาวุโสท่านหนึ่งทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นคนที่ “เหมือนจะรู้ทุกเรื่อง”

โดย..สวลี ตันกุลรัตน์ 

เกี่ยวกับการบริหารการเงินส่วนบุคคล หอบหนังสือการบริหารการเงินส่วนบุคคล ที่มีความหนามากกว่า 600 หน้า ไปไหนมาไหนอยู่บ่อยๆ พร้อมกับตั้งคำถามว่า “จะมีสักกี่คนที่จะหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน”

แต่ไม่ว่าจะมีคนแค่ไม่กี่คนที่อยากจะหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน แต่ต้องขอบคุณตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้อำนวยการผลิต และ รัชนีกร วงศ์จันทร์ ในฐานะผู้เขียน เพราะหนังสือเล่มนี้น่าจะได้ขึ้นทำเนียบ “หนังสือคู่บ้าน” สำหรับคนที่ต้องการพัฒนา “ทักษะชีวิต” ในด้านการเงินส่วนบุคคล

เพราะแม้แต่คนที่คิดว่ารู้ทุกเรื่องแล้ว ก็ยังพบ “สิ่งใหม่ๆ” ที่เป็นประโยชน์ในการบริหารเงินส่วนบุคคลทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาอ่าน และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน จึงอดไม่ได้ที่จะนำมาแบ่งปันให้คนอีกหลายคนที่ไม่เคยหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน

ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์บอกว่า “ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง” เพราะในชีวิตคนเราต้องเผชิญหน้ากับ “ทางเลือก” ที่ต้องตัดสินใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอยู่ตลอดเวลา และถ้า “ตาดี” เลือกสิ่งที่ดีก็ดีไป แต่ถ้าบังเอิญ “ตาไม่ดี” เลือกสิ่งที่ผิดก็คงจะแย่

ถ้าเป็น “เรื่องเล็กๆ” ไม่ว่า จะตาดีหรือตาไม่ดีก็คงไม่เกิดความเสียหายอะไรมากนัก แต่ถ้าเป็น “เรื่องใหญ่” เช่น การเลือกซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงๆ สินค้าที่เราต้องใช้งานไปอีกหลายปี เช่น การเลือกซื้อบ้าน คงไม่มีใครอยากจะ “ตาไม่ดี” เลือกผิด เพราะอาจจะต้องเสียใจไปอีกหลายปี

เพราะฉะนั้นต้อง “คิด” ก่อนตัดสินใจ แต่สิ่งที่ต้องคิดมีอะไรบ้างนั้น ในหนังสือการบริหารการเงินส่วนบุคคลแนะนำให้ใช้ “การวิเคราะห์การตัดสินใจ” หรือ Decision Analysis เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการตั้งคำถามกับตัวเอง 5 คำถาม ซึ่งจะเป็น 5 ขั้นตอนสำหรับการวิเคราะห์การตัดสินใจ

คำถามที่ 1 : ต้องการอะไร

เพื่อทำให้การตัดสินใจ “ตรงกับใจ” มากที่สุด สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ถามตัวเองว่า “ต้องการอะไร” และเป็นคำถามที่ต้องตอบให้ชัดเจน เพราะคำตอบที่ได้จะเป็นการกำหนดเป้าหมายของการตัดสินใจครั้งนี้

วิธีการตอบคำถามข้อนี้จะต้องประกอบไปด้วย (1) คำกิริยา (2) สิ่งที่จะเลือก และ (3) คำขยาย เช่น “ซื้อ บ้านใหม่ ใน จ.เชียงใหม่ 1 หลัง”

เมื่อได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วก็เดินหน้าถามคำถามต่อไปกันเลย

คำถามที่ 2 : เลือกด้วยหลักอะไร

ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจเลือกอะไรก็ตาม เราจะต้องมี “หลักเกณฑ์” ที่กำหนดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามันอาจจะเป็นแค่หลักเกณฑ์ที่อยู่ในใจ แต่เพื่อให้การตัดสินใจเลือกในครั้งนี้มีประสิทธิภาพและตรงกับสิ่งที่ต้องการมากที่สุด เราต้องหยิบสมุดและปากกาขึ้นมาเพื่อตอบคำถามให้ได้ว่า “จะใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเลือก”

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการเลือกอาจจะเป็นไปได้ทั้ง คุณสมบัติของสิ่งที่ต้องการ มีเงินจำนวนเท่าไร มีข้อจำกัดอะไรอยู่บ้าง

จากตัวอย่างความต้องการ “ซื้อบ้านใหม่ใน จ.เชียงใหม่ 1 หลัง” สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ในการเลือกได้ถึง 8 หลักเกณฑ์ ได้แก่

1.ราคาต้องไม่เกิน 4 ล้านบาท

2.พื้นที่ต้องไม่ต่ำกว่า 90 ตารางวา

3.ต้องเป็นบ้านที่สร้างเสร็จก่อนขาย

4.ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย

5.พื้นที่สนาม ยิ่งกว้างยิ่งดี

6.อยู่ใกล้ที่ทำงาน ยิ่งใกล้ยิ่งดี

7.มีห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อยิ่งมีหลายแห่งยิ่งดี

8.มีคลับเฮาส์ มีให้บริการก็ดี

เมื่อได้หลักเกณฑ์ที่จะใช้ในการตัดสินใจเลือกแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ ถามตัวเองว่า หลักเกณฑ์ข้อไหนที่ “จำเป็นต้องมี” (Must–Have) และหลักเกณฑ์ข้อไหนที่ “มีก็ดี ไม่มีก็ได้” (NicetoHave)

หลักเกณฑ์ที่จะเข้าข่ายว่า “จำเป็นต้องมี” นั้น จะต้องเป็นหลักเกณฑ์ที่จำเป็นจริงๆ ไม่สามารถขาดได้ และต้องมีสิ่งที่สามารถชี้วัดได้ว่า ตัวเลือกที่มีอยู่นั้น “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน” เกณฑ์ที่ตั้งไว้ โดยที่ทุกหลักเกณฑ์ที่อยู่ในหมวดจำเป็นต้องมีนี้มีความสำคัญเท่ากันหมด เพราะฉะนั้นถ้าในตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่ง “ไม่ผ่านเกณฑ์” ในหมวดนี้ก็ตัดตัวเลือกนั้นทิ้งไปได้เลย

ขณะที่หลักเกณฑ์ที่จะเข้าข่ายว่า “มีก็ดี ไม่มีก็ได้” นั้น จะเป็นหลักเกณฑ์ที่มีความสำคัญไม่เท่ากัน เพราะบางอย่างอาจจะสำคัญมากหน่อยและบางอย่างอาจจะสำคัญน้อยหน่อย เพราะฉะนั้นเราจะต้อง “ให้คะแนน” กับแต่ละหลักเกณฑ์ในหมวดนี้ว่า จะได้สักกี่คะแนน

หลักเกณฑ์ที่มีความสำคัญกับการตัดสินใจมากที่สุดจะได้คะแนนเต็ม 10 คะแนน หลังจากได้หลักเกณฑ์ที่ได้คะแนนเต็มสิบแล้ว จึงถามตัวเองว่า หลักเกณฑ์ข้ออื่นๆ ควรจะได้สักกี่คะแนนเมื่อเทียบกับข้อที่ได้เต็มสิบ ซึ่งการให้คะแนนในแต่ละหลักเกณฑ์นั้น ไม่มีกฎเกณฑ์ เพราะเป็นการตัดสินใจของเราเองว่า เราให้ความสำคัญกับข้อใดมากน้อยแค่ไหน

จากตัวอย่างหลักเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจซื้อบ้านใหม่ทั้ง 8 ข้อนั้น ข้อ 14 จะเป็นหลักเกณฑ์ที่จำเป็นต้องมี และจากข้อ 58 เป็นหลักเกณฑ์ที่มีก็ดีไม่มีก็ไม่เสียหายอะไร ซึ่งในแต่ละข้อจะมีคะแนนความสำคัญแตกต่างกัน (รายละเอียดตามตาราง 1)

แม้ว่าจะแบ่งหมวดหมู่ของหลักเกณฑ์ได้แล้ว และให้คะแนนความสำคัญแล้ว แต่ยังไม่สามารถผ่านคำถามในข้อนี้ไปได้ เพราะก่อนจะไปคำถามข้อถัดไป จะต้องถามตัวเองอีกครั้งเพื่อเป็นการ “ทบทวนหลักเกณฑ์” ที่ตั้งเอาไว้ว่า หลักเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นมานั้น...

1.เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจหรือไม่

2.มีความชัดเจนหรือไม่ เพราะหลักเกณฑ์ที่ดีจะตรงไปตรงมาไม่ตีความได้หลายความหมาย

3.ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ถ้าหากซ้ำซ้อนจะต้องตัดข้อใดข้อหนึ่งออกไป

4.คำนึงถึงผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาวหรือไม่ เช่น ได้คิดถึงความสามารถในการผ่อนชำระไว้แล้วหรือยัง

5.นำความต้องการของคนที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของเรา เช่น คนในครอบครัว มาเป็นเกณฑ์ด้วยหรือไม่

6.มีอคติในการกำหนดหลักเกณฑ์หรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็น “การล็อกสเปก” ซึ่งจะทำให้กลายเป็นหลักเกณฑ์ที่ไม่ดี

7.ครบถ้วนแล้วหรือยัง

เมื่อผ่านทุกคำถามแล้วก็เดินหน้าไปคำถามถัดไปได้เลย

คำถามที่ 3 : ทางเลือกไหนถูกใจที่สุด

มาถึงคำถามเด็ดโดนใจกันแล้ว นั่นคือ “แล้วทางเลือกไหนที่ถูกใจที่สุด” แต่ก่อนจะตัดสินใจเลือก ก็ต้องมี “ตัวเลือก” กันก่อน ซึ่งจากกรณีตัวอย่าง (รายละเอียดตามตารางที่ 1) “บ้านใหม่” ที่จะต้องตัดสินใจเลือกนั้นมีอยู่ 3 ตัวเลือก คือ บ้านแสนสุข บ้านทวีโชค และบ้านสินทวี

เมื่อมีตัวเลือกพร้อมให้เลือกแล้วก็ถึงขั้นตอนการประเมินทางเลือก โดยใช้หลักเกณฑ์ที่เราแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่ นั่นคือ จำเป็นต้องมี กับมีก็ดีไม่มีก็ได้

การประเมินทางเลือกด้วยหลักเกณฑ์ที่จำเป็นต้องมีนั้น เราต้องเขียน “คุณสมบัติ” ของแต่ละตัวเลือก เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน และหากตัวเลือกไหนที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ก็เป็นอันว่า “ผ่าน” แต่หากตัวเลือกไหนมีคุณสมบัติไม่ตรงกับหลักเกณฑ์ก็ต้องปล่อยให้ตกไป เพราะ “ไม่ผ่าน”

ทั้งนี้ ตัวเลือกใดก็ตามที่ “ไม่ผ่าน” แม้จะเป็นเพียงคุณสมบัติเดียวในหมวดนี้ก็ถือว่า สอบตก ต้องคัดออก โดยไม่ต้องไปประเมินโดยใช้หลักเกณฑ์ในหมวดมีก็ดีไม่มีก็ได้อีกแล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากกรณีตัวอย่างที่ทางเลือกที่ 3 บ้านสินทวี ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ข้อ 2 เพียงข้อเดียวก็ถูกคัดออกทันที

หลังจากนั้นจึงนำตัวเลือกที่ผ่านหลักเกณฑ์ในหมวดจำเป็นต้องมี มาประเมินด้วยหลักเกณฑ์มีก็ดีไม่มีก็ได้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อบอกให้รู้ว่า ตัวเลือกไหนมีคุณสมบัติตามที่ “อยากมี” มากที่สุด

เริ่มจากการเขียนคุณสมบัติของแต่ละตัวเลือกลงไป โดยให้คะแนนเต็มสิบกับตัวเลือกที่มีคุณสมบัติตรงกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้มากที่สุด และนำมาเปรียบเทียบกับตัวเลือกที่เหลือ โดยให้คะแนนลดหลั่นกันลงมา

จากนั้นนำคะแนนที่กำหนดจากระดับความสำคัญ มาคูณกับคะแนนที่แต่ละตัวเลือกทำได้ ซึ่งคะแนนที่ได้จะเรียกว่า คะแนนถ่วงน้ำหนัก แล้วจึงนำคะแนนจากทุกหลักเกณฑ์ในหมวดนี้มารวมกัน เพื่อเปรียบเทียบว่า ตัวเลือกใดได้คะแนนมากที่สุด

แต่ยังไม่ใช่การตัดสินว่า ตัวเลือกที่มีคะแนนมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ เพราะต้องผ่านด่านคำถามต่อไปเสียก่อน

คำถามที่ 4 : ถ้าเลือกแล้วจะเสี่ยงอะไรบ้าง

ในแต่ละตัวเลือกไม่ว่าจะได้คะแนนมากหรือคะแนนน้อยจะต้องมี “ความเสี่ยง” ในตัวมันเองเสมอ เพราะฉะนั้นคำถามที่เราจะต้องถามต่อไปคือ “ถ้าเกิดความเสี่ยงขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบกับเราอย่างไร” โดยตั้งเป็นประโยคคำถามที่ว่า...

ถ้า.........(เกิดความเสี่ยง)........... แล้ว........(ผลเสียที่จะตามมา คือ ....).......... เช่น การตั้งคำถามว่า ถ้าการจราจรติดขัด แล้วจะมาทำงานสาย (ตามตารางที่ 2)

เมื่อรู้ว่าอะไรคือความเสี่ยง และผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดความเสี่ยงนั้นแล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไป คือ ประเมินให้ได้ว่า โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงนั้นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอาจจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ เช่น โอกาสเกิดค่อนข้างสูง โอกาสเกิดปานกลาง หรือโอกาสเกิดขึ้นต่ำ โดยสิ่งที่ตอบต่อไป คือ และเมื่อเกิดความเสี่ยงนั้นขึ้นแล้ว ระดับของความเสียหาย หรือผลกระทบจะมากน้อยแค่ไหน เช่น เสียหายมาก สามารถจัดการได้ หรือเสียหายแค่เล็กน้อยเท่านั้น

จากนั้นจึงนำโอกาสที่จะเกิดมาเข้าคู่กับระดับของผลกระทบ โดยการประเมินความเสี่ยงนั้นเราจะต้องให้น้ำหนักไปที่ “ผลกระทบ” เป็นสำคัญ โดยผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมีความรุนแรงมาก แม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นไม่มาก ก็จะถือว่ามีความเสี่ยงสูงเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมาก แต่ผลกระทบมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

คำถามที่ 5 : ทางเลือกไหนเหมาะที่สุด

และแล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการวิเคราะห์การตัดสินใจ ซึ่งเป็นการตัดสินใจเลือก “สิ่งที่ดีที่สุด” โดยการนำเอาผลคะแนนจากการประเมินหลักเกณฑ์ในหมวดได้ก็ดีไม่มีก็ได้ มาชั่งน้ำหนักกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นของแต่ละตัวเลือก แล้วจึงเลือกตัวเลือกที่ “ตอบสนองความต้องการ” มากที่สุด และมีความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้มากที่สุด


 

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69