
ที่สุดในธุรกิจหนังสือปี'52 จากร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์
8...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
ที่ต้องเขียนให้ชัดเจนว่าที่สุดในธุรกิจหนังสือปี 2552 ที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นข้อมูลเฉพาะในร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมี 324 สาขา กับ 33คีออสก์ ขณะที่ร้านหนังสือทั่วประเทศมีจำนวนเกือบ 3,000 ร้านค้า เพราะฉะนั้นข้อมูลนี้อาจสะท้อนภาพบางอย่างได้ แต่ไม่ทั้งหมด
ข้อมูลแรกเป็นสถิติหนังสือออกใหม่ในปี 2552 ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 26,745 ปก ที่ขอ ISBN จากหอสมุดแห่งชาติ แต่หนังสือที่เข้าร้านหนังสือมีประมาณ 13,624 ปก เฉลี่ย 37.3 ปกต่อวัน ซึ่งถือเป็นสถิติการออกหนังสือใหม่ที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง 3 ปี ก่อนหน้านี้เคยสูงสุดในปี 2549 เฉลี่ย 40 ปกต่อวัน
ทนง โชติสรยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น ผู้รวบรวมข้อมูล กล่าวว่า เป็นเพราะผลกระทบจากสถานการณ์ปฏิวัติและปัญหาการเมืองตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น สถิติหนังสือออกใหม่ของไทยยังน้อยกว่าประเทศอย่างเกาหลีใต้ ที่มีหนังสือออกใหม่ประมาณ 53,225 ปกต่อปี ญี่ปุ่นประมาณ 77,417 ปกต่อปี
“
สังเกตได้ว่าหนังสือออกใหม่ของไทยมีจำนวนมากกว่าร้านหนังสือ และร้านหนังสือ 1 ร้าน สามารถจุหนังสือได้5,0001 หมื่นปกเท่านั้น จึงมีโอกาสสูงที่หนังสือจำนวนไม่น้อยจะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากไม่มีที่วางในร้านหนังสือ” ทนง กล่าวสำหรับ 10 อันดับหนังสือที่มีจำนวนเล่มขายมากที่สุดในปี 2552 (ไม่สนใจว่าออกเมื่อใด) ได้แก่ เข็มทิศชีวิต 2 ตอนกฎแห่งเข็มทิศ, ผู้หญิงร้าย ผู้ชายรัก, นาฬิกาชีวิต ตอน 2 มะรุม ต้นไม้เพื่อชีวิต, สแกนกรรม, เบิกบุญ ให้พ้นวิบากกรรม,แก้กรรม ทำให้รวย, กินลืมป่วย, เข็มทิศชีวิต (ฉบับของขวัญ), บิดเล่นๆ เป็นรูบิค, เก่งอังกฤษ พิชิตไวยากรณ์
ทั้งนี้ หมวดที่มีหนังสือออกใหม่มากที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ วรรณกรรม จำนวน 3,097 ปก เพิ่มขึ้น 4.3% จากปีก่อน2.หนังสือเด็กเล็ก 2,827 ปก เพิ่มขึ้น 14.5% 3.คู่มือเรียน/สอบ 1,411 ปก เพิ่มขึ้น 8.6% 4.ศาสนาและปรัชญา 850 ปก เพิ่มขึ้น 1.9% และ 5.หนังสือการ์ตูนความรู้ 508 ปก เพิ่มขึ้น 25.4% จากปีก่อน ซึ่งทั้ง5 อันดับก็เป็นหนังสือที่คนไทยซื้ออ่านมากที่สุดเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมายังมีหนังสือหมวดอื่นๆ ที่มีอัตราการซื้ออ่านเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ ได้แก่ 1.รัฐศาสตร์/การเมือง เช่น ลับ ลวง พราง และรู้ทันทักษิณและขบวนการล้มเจ้า เป็นต้น 2.งานอดิเรก/ งานฝีมือ 3.พืชและการเกษตร 4.การแพทย์/เวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์ และ 5.สุขภาพ/ความงาม
ทนง กล่าวว่า ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่ายังมีหนังสือหมวดอื่นที่มีผู้สนใจอ่าน และสำนักพิมพ์ไม่จำเป็นต้องไปแข่งในตลาดที่แข่งขันสูงอยู่แล้ว โดยเฉพาะสำนักพิมพ์ขนาดเล็กต้องพยายามหาโอกาสของตัวเอง ผลิตแม้เพียงเล่มเดียวก็มีโอกาสเป็นหนังสือขายดีได้
สำหรับปีที่ผ่านมา สำนักพิมพ์ที่มีจำนวนหนังสือออกใหม่สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.อมรินทร์ 438 ปก 2.สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย 383 ปก 3.นานมีบุ๊คส์ 312 ปก 4.เพชรประกาย 259 ปก และ 5.แจ่มใส พับลิชชิ่ง 213 ปก และสำนักพิมพ์ที่มีมูลค่าปกรวมของหนังสือออกใหม่มากที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ อมรินทร์ มีมูลค่าปกรวม 89,157 บาท ตามด้วย นานมีบุ๊คส์ 53,698 บาท มติชน 40,466 บาท สถาพรบุ๊คส์ 40,200 บาท และเพชรประกาย 40,153 บาท
ด้านข้อมูลเกี่ยวกับนักเขียน/นักแปลในปีที่ผ่านมา ปรากฏว่า อภิศรี นิรุตติปัญญากุล เป็นนักเขียน นักแปล ที่มีจำนวนเล่มขายมากที่สุด จากผลงานการ์ตูนความรู้ชุดครอบครัวตึ๋งหนืด อันดับ 2 ได้แก่กัญญารัตน์ จิราสวัสดิ์ จากผลงานการ์ตูนความรู้ชุดล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า
อันดับ 3 ได้แก่ ฐิตินาถ ณ พัทลุง จากเข็มทิศชีวิต อันดับ 4 ไพศาล ซอยพิบูลเวศม์ จากดูดวงให้ดี ดูดวงรู้อนาคต และอันดับ 5 ได้แก่ ว.วชิรเมธี หนังสือเรื่องมหัศจรรย์แห่งรัก, มองลึก นึกไกล ใจกว้าง และเคล็ดลับดับทุกข์ เป็นต้น
สำหรับปีนี้หลายคนในแวดวงธุรกิจหนังสือเชื่อว่าธุรกิจจะกลับมาขยายตัวอย่างน้อย 45% หรือมีมูลค่าธุรกิจเกือบ2 หมื่นล้านบาท จากนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลที่กระตุ้นและส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น เว้นเสียแต่ว่าสถานการณ์การเมืองที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ หากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นมาอีก ทุกธุรกิจไม่เฉพาะหนังสือ เตรียมแผน 2 แผน 3 ตั้งรับได้เลย







