posttoday
ต่างชาติหอบเงินหนี

ต่างชาติหอบเงินหนี

03 กุมภาพันธ์ 2553

 ฝรั่งทิ้งหุ้นหนีการเมือง การเมืองไทยระอุรอมาบตาพุด ขายหุ้นยาวถึงมี.ค.อีก2หมื่นล้าน

 ฝรั่งทิ้งหุ้นหนีการเมือง การเมืองไทยระอุรอมาบตาพุด ขายหุ้นยาวถึงมี.ค.อีก2หมื่นล้าน

โพสต์ทูเดย์ — บล.บัวหลวง ชี้ความไม่ชัดเจนทางการเมืองและมาบตาพุด ทำเม็ดเงินต่างชาติไหลออกอีก 2 หมื่นล้านบาท

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง (BLS) เปิดเผยว่า ความคลุมเครือและไม่ชัดเจนปัญหามาบตาพุดและปัญหาทางการเมือง โดยเฉพาะกระแสข่าวการทำอะไรหลายอย่างก่อนถึงวันตัดสินคดียึดทรัพย์ อดีตนายกรัฐมนตรี อาจมีช่องให้ต่างชาติชะลอการลงทุนและขายหุ้นออกไปถึงเดือนมี.ค. อีกไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท

หากนับรวมตั้งแต่เกิดกรณีข่าวมาบตาพุดตั้งแต่กลางเดือนต.ค. ปี 2552 ถึงปัจจุบัน ที่ขายไป 3.2 หมื่นล้านบาท ประมาณการต่างชาติจะมียอดขายถึง 5 หมื่นล้านบาท

สำหรับบล.บัวหลวง ให้น้ำหนักการปรับฐานของตลาดหุ้นมาจากปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นความเข้มงวดในมาตรการทางการเงินของสหรัฐ หรือจีน เสถียรภาพทางการคลังของกลุ่มยุโรป การแข็งค่าของสกุลเหรียญสหรัฐ ทิศทางการขึ้นดอกเบี้ย

“ประเด็นในประเทศถือว่ามีความก้าวหน้าน้อยมาก เป็นเหตุให้เม็ดเงินต่างชาติชะลอการลงทุนไปก่อน และขายหุ้นทำกำไร เพราะยังเป็นจุดที่มีกำไรอยู่ แล้วย้ายเงินไปลงทุนในตลาดพันธบัตรแทน” นายชัยพร กล่าว

สำหรับปีที่ผ่านมาต่างชาติซื้อสุทธิ 6 หมื่นล้านบาท และเริ่มเปลี่ยนทิศทางกลับมาขายตั้งแต่เดือนต.ค.เป็นต้นมา หากดูย้อนหลังในรอบ 10 ปี ต่างชาติมียังมียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท โดยไม่รวมถึงเงินปันผล ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าต่างชาติจะขายไปถึงตอนไหน

นายชัยพร กล่าวว่า ไตรมาส 12 หุ้นอยู่ในช่วงการปรับฐาน แต่คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 600 จุด และดัชนี 690 จุด ไม่ใช่จังหวะเข้าซื้อ เพราะราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี อยู่ในระดับสูง เหมาะสมอยู่ที่ 1.1 เท่า หรือเท่ากับระดับดัชนีที่ 670 จุด

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่แนะนำ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน ประเมินราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้ 95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อนที่ 62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ให้น้ำหนักการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในอีทีเอเอฟน้ำมันและทองคำ ซึ่งจะได้อัตราผลตอบแทนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจริง และไม่มีปัจจัยเสี่ยงจากบริษัทหรือนโยบายภาครัฐ

นอกจากนั้น กลุ่มท่องเที่ยวหรือเกี่ยวเนื่อง เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) และกลุ่มอาหาร เพื่อรอไปขายทำกำไรในครึ่งหลังของปีนี้ ที่คาดว่าดัชนีขึ้นได้ระดับ 840 จุด

การซื้อขายหุ้นวานนี้ (2 ก.พ.) มีความผันผวน ช่วงเช้าปรับตัวบวกขึ้นไปเหนือ 700 จุด ตามตลาดหุ้นสหรัฐ แต่ช่วงท้ายก่อนปิดตลาดข่าวม็อบเสื้อแดง ทำให้มีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่กดราคาปิดต่ำสุด และฉุดดัชนีปิด 694.07 จุด ร่วง 3.54 จุด มูลค่าซื้อขาย 13,603 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 183 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ