
เมืองผี
มีรายงานข่าวที่น่าสนใจมาจากสำนักข่าวเอเอฟพีว่า
มีรายงานข่าวที่น่าสนใจมาจากสำนักข่าวเอเอฟพีว่า
โดย..ฐาปนา
ตอนนี้เมืองใหญ่ๆ หลายเมืองในประเทศจีน กำลังถูกเรียกขานว่า Ghost City หรือ “เมืองผี”
ไม่ต้องตกใจไปว่าจะมีผีวิญญาณมาเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ไม่มีผีแม้ว่าอาจจะวังเวงนิดหน่อย แต่รวมๆ แล้ว คือเรื่องของเศรษฐกิจและการลงทุน
ผู้สื่อข่าวของเอเอฟพีได้ไปสำรวจในเขตกังบาชิ (Kangbashi) ซึ่งอยู่ในเมืองออโดส (Ordos) เมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในบริเวณใกล้ทะเลทรายโกบี
เมืองนี้อาจจะดูห่างไกลแต่เป็นเมืองที่น่าสนใจทีเดียว ในแง่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก มีเหมืองแร่ต่างๆ หลายประเภท ทำให้เป็นเมืองชนบทที่เศรษฐกิจดีไม่ใช่เล่น ว่าแล้ว รัฐบาลท้องถิ่นของ Kangbashi ก็ได้ปรับปรุงพัฒนาเขตนี้ให้เป็นเขตที่ทันสมัย มีการสร้างที่พักในรูปแบบใหม่ๆ เช่น อพาร์ตเมนต์ที่ดูดี สะอาดสะอ้าน ทาสีสันสวยงามสดใส ที่จอดรถกว้างขวาง ต้นไม้ให้สีเขียวสบายตามากมาย มีภัตตาคาร สนามแข่งรถ ฯลฯ
ดูเหมือนจะดีไปเสียหมด แต่หลังจากสร้างเขตใหม่นี้มาได้ 7 ปี ผู้สื่อข่าวก็รายงานว่า จำนวนผู้คนที่มาอยู่ในเมืองนี้ น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย เรียกว่า เดินไปทางไหนก็ไม่ค่อยจะเจอผู้คน ทุกแหล่งแห่งที่ดูเหมือนจะว่างเปล่าไปเสียหมด ถนนหนทางที่ใหญ่โต กว้างขวาง ก็แทบไม่มีรถวิ่ง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เรียกว่าเมืองผีได้ยังไง
จากการวางแผนของรัฐบาลท้องถิ่น การลงทุนเพื่อสร้างเขตอันสวยงามนี้ มีเป้าหมายที่จะรองรับประชากรให้มาอยู่กันประมาณ 3 แสนคน แต่เอาเข้าจริงๆ ก็มีรายงานว่า แม้แต่ 3 หมื่นคนก็ยังดูจะไม่ถึง แม้ว่าผู้ประกอบการพวกนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่พยายามจะชักจูงให้คนมาซื้อบ้านแถวๆ นี้จะพยายามบอกว่า มีคนอยู่แล้วตั้ง 2 แสนคน แต่มองทางไหนก็หาผู้คนได้ยาก
ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาเดียวที่เกิดขึ้นในเมืองจีน
มีรายงานว่า การสร้างเมืองใหม่ในแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นมากมายหลายเขต โดยเฉพาะในจังหวัดรอบนอกๆ และการเติบโตแบบนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนต่างๆ เช่น การให้สินเชื่อเพื่อไปลงทุน แต่ผลที่ออกมา ก็ทำให้เกิดความหวั่นวิตกกันว่า มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ของเมืองจีนแตกเข้าสักวัน และอาจจะต้องเกิดหนี้สินมากมาย โดยเฉพาะรัฐบาลท้องถิ่น ที่เป็นผู้ควักกระเป๋าและกู้เงินมาลทุนพัฒนาเมือง
เมืองในภาคเหนือที่เป็นเมืองท่าหลายแห่ง เช่น เทียนจิน (Tianjin) ก็เป็นเมืองที่รัฐบาลได้สร้างเมืองใหม่ที่เรียกว่า Eco City คลอบคลุมพื้นที่ราวๆ 30 ตารางกิโลเมตร คาดหวังว่าจะรองรับประชากรได้ประมาณ 3.5 แสนคน ในขณะที่เมืองทางใต้อย่างคุนหมิง (Kunming) ก็ได้มีการพัฒนาเขตใหม่ตั้งแต่ปี 2003 เพื่อหวังให้ประชากรประมาณ 1 ล้านคนเข้าไปตั้งหลักปักฐาน แต่จากรายงานก็บอกว่า ส่วนใหญ่ของเมืองใหม่นี้ยัง “ร้าง”
รูเพิร์ต ฮูเกเวิร์ฟ ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับพวกคนมีฐานะบอกว่า เมื่อเมืองแบบนี้เกิดขึ้น ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า รัฐบาลท้องถิ่นมีวิสัยทัศน์อย่างไรในการที่จะนำประชากรเข้าไปอยู่อาศัยในเขตเมืองใหม่ หรือว่ามันจะเป็นเพียงการใช้เงินของภาครัฐไปอย่างไม่ได้ประโยชน์
แต่ถึงแม้มองภาพรวมๆ แล้ว เมืองเหล่านี้จะเป็นเมืองที่ค่อนข้างร้างและดูจะล้มเหลวในระบบเศรษฐกิจ แต่คนที่ชอบก็มี เช่น เกียวซิงเฟิง ข้าราชการที่เพิ่งจะย้ายรกรากมาอยู่ที่ Kangbashi เมื่อ 3 ปีก่อน บอกว่า หลังจากต้องย้ายมาเพราะมีการโยกหน่วยงานราชการที่เธอทำงานอยู่มาไว้ที่นี่ เธอก็เกิดหลงรักเมืองนี้ และใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข เธอชอบเมืองนี้ที่เป็นสถานที่อันกว้างขวาง ไม่แออัด ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างผ่อนคลาย ท่ามกลางผู้คนที่ไม่ได้เยอะยุบยับเหมือนเมืองอื่นๆ ในประเทศจีน ทำให้ทุกอย่างที่นี่ถือว่าดีมากสำหรับเธอ
ในขณะที่ โจวหยวนหัว นักธุรกิจที่อพยพมาจากตะวันออกสู่เมืองใหม่แห่งนี้ เพื่อเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต 23 แห่งก็บอกว่า เมืองใหม่นี้เป็นเหมือนเหมืองทองที่ทำเงินได้เรื่อยๆ แม่ว่าลูกค้าจะน้อย แต่หากมองในมุมกลับก็จะพบว่า ไม่มีคู่แข่งเลย ทำให้ธุรกิจของเขาไปได้ดี
เมือง Ordos ที่เป็นเจ้าของโครงการต่างๆ เหล่านี้ เป็นเมืองที่มีประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน และอย่างที่ได้กล่าวแล้วว่า เมืองนี้มีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้ Ordos เป็นเมืองที่มี GDP ต่อหัวสูงที่สุดในประเทศจีน คือ มากกว่า 20,500 เหรียญสหรัฐ และในปีที่แล้วเศรษฐกิจของเมืองนี้ก็มีอัตราการเติบโตมากถึง 19.2% หรือโตเป็นประมาณ 2 เท่าของอัตราการเติบโตของประเทศ
ลู่ติง นักเศรษฐศาสตร์ของเมอร์ริล ลินช์ บอกว่า เหตุผลที่มีการสร้างเมืองใหม่ๆ ขึ้นมา ก็เพื่อให้พวกนักลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่นำเงินที่ได้จากการทำเหมืองกลับมามาลงทุนในเมือง แทนที่จะไปที่อื่น เช่น ออกไปสู่ ปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้ ดังนั้นกลยุทธ์ของรัฐบาลท้องถิ่นคือ ลงทุนอย่างมากมายในการสร้างสาธารณูปโภค ขยายและพัฒนาเมือง เพื่อให้พวกเจ้าของเหมืองหันกลับมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองนี้
ดังนั้น แม้ในมุมหนึ่งจะมีคนติติงว่า สร้างเมืองมาทำไมใหญ่โตแต่ไม่มีคนอยู่ แต่ก็มีอีกหลายคนพอใจ และระบบเศรษฐกิจก็ยังเดินหน้าไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม ภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงด้วย และจะว่าไปการสร้างเมืองใหม่แบบนี้ ไม่ได้เกิดที่ประเทศจีนแห่งเดียว ประเทศอื่นๆ ก็เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นยุโรป หรือญี่ปุ่น ซึ่งกว่าจะประสบความสำเร็จก็ล้วนใช้เวลา แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ทำยังไงก็ร้างไม่เลิก
ในบ้านเราเองเคยมีความคิดกันมามากที่จะพัฒนาเมืองแบบใหม่ๆ ในภาคอีสาน เพื่อพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งเป็นเมืองไฮเทค หรือเมืองกาสิโน และล่าสุดนโยบายของรัฐบาลใหม่ก็จะสร้างเมืองใหม่ด้วยการถมทะเล
เราก็คงต้องรอดูกลยุทธ์ว่า เมืองใหม่ของไทยจะเกิดหรือไม่ และเกิดมาแล้วจะล้มเหลว หรือประสบความสำเร็จ เรื่องนี้คงต้องดูกันอีกยาวๆ







