posttoday
ธนาคารกินกำไรส่วนต่างดอกเบี้ยสูง ส่งผล..กำไรเบิกบาน

ธนาคารกินกำไรส่วนต่างดอกเบี้ยสูง ส่งผล..กำไรเบิกบาน

12 สิงหาคม 2554

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเห็นต่อผลประกอบการและความแข็งแกร่งของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเห็นต่อผลประกอบการและความแข็งแกร่งของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย

ว่ายังมีความแข็งแกร่งมาก โดยในไตรมาส 2 ปีนี้ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรจากการดำเนินงานรวม 6.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสแรกที่มี 5.8 หมื่นล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่มี 3.4 หมื่นล้านบาท

นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า กำไรส่วนใหญ่ 70% เป็นกำไรจากดอกเบี้ย เห็นได้จากอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่ 2.4% เป็น 2.6%

ธนาคารกินกำไรส่วนต่างดอกเบี้ยสูง ส่งผล..กำไรเบิกบาน

การทำกำไรของธนาคารพาณิชย์มาจากรายได้ดอกเบี้ย ในสัดส่วน 68.9% ส่วนที่เหลือเป็นรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งในส่วนรายได้ดอกเบี้ยเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่แล้ว

“ธนาคารแข่งตรงนี้กันมาก และมีการตัดราคา” นวพร กล่าว

ส่วนต่างดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สินเชื่อโดยรวมทั้งระบบขยายตัว 15.1% จาก 13.4% จากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขยายตัว 14.9% จาก 12.2% จากสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคชะลอลงเล็กน้อย โดยขยายตัว 15.7% จาก 16.3% และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีขยายตัว 12.2% จาก 9.6%

สินเชื่อทุกประเภทมีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทั้งระบบมีเอ็นพีแอลต่ำเพียง 3% ลดลงจาก 3.2% ในไตรมาสแรก

นวพร กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3 ของปีนี้น่าจะยังมีกำไรที่ดีต่อเนื่อง ซึ่งก็ต้องขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ การขยายตัวของสินเชื่อ ความเชื่อมั่นของประชาชนผู้บริโภคในระยะต่อไปด้วยว่าจะปรับตัวไปในทิศทางใด

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการดำเนินงานยังอยู่ในทิศทางที่ดี เพราะสินเชื่อยังขยายตัวได้ในระดับที่ดี เอ็นพีแอลต่ำ เงินกองทุนสูงเพียงพอที่จะรองรับการขยายตัวของสินเชื่อในระยะต่อไป

สำหรับปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป มีปัญหาถูกลดอันดับเครดิตและมีหนี้สาธารณะสูง มีแนวโน้มจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะต่อไปนั้น ธปท.มองว่าสถานการณ์ในต่างประเทศขณะนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารพาณิชย์ของไทยน้อย เพราะธนาคารในไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือปล่อยกู้ในต่างประเทศน้อย

“ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของไทยเรา ไม่ได้รับผลกระทบจากต่างประเทศที่กำลังมีปัญหาเศรษฐกิจมากนัก เพราะสไตล์การทำธุรกิจของธนาคารในไทยก็เป็นแบบไทยๆ ที่เน้นทำธุรกิจอยู่ในประเทศ เพราะจากข้อมูลที่เราดูภาคธนาคารของไทยไปลงทุนในต่างประเทศน้อยมากเพียง 1% ของสินทรัพย์รวมเท่านั้น และมีการปล่อยสินเชื่อในต่างประทศแค่ 2% ของสินทรัพย์รวม จึงน่าจะมีผลกระทบจากต่างประเทศค่อนข้างน้อย” นวพร กล่าว

นวพร กล่าวด้วยว่า ระบบธนาคารในขณะนี้ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องการโยกย้ายเงินฝาก หลัง พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝากมีผลบังคับใช้ลดวงคุ้มครองลง และยังไม่พบว่ามีธนาคารใดมีปัญหาขาดสภาพคล่อง เพราะประชาชนผู้ฝากเงินโยกเงินฝากหนีแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาธนาคารต่างๆ มีการรักษาฐานเงินฝากและระดับสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี โดยมีการระดมเงินฝากผ่านตั๋วแลกเงิน (บี/อี) เพิ่มขึ้น เห็นได้จากไตรมาส 2 ปีนี้ตั๋วบี/อีขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 14% จากระยะเดียวกันปีก่อนที่ขยายตัวเพียง 11.6% ขณะที่สัดส่วนตั๋วบี/อีต่อเงินฝากรวมในไตรมาส 2 ปีนี้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 10.9% จากไตรมาสแรกปีนี้ที่ 9%

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของเงินฝากและตั๋วบี/อียังน้อยกว่าสินเชื่อ ส่งผลให้สภาพคล่องของระบบธนาคารตึงตัวขึ้นเล็กน้อย โดยสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวมตั๋วบี/อีในไตรมาส 2 ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 89.1% จาก 87.1% ในไตรมาสก่อนหน้า

การแถลงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่นวพรแถลงนี้ ชัดเจนว่าส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยรับของธนาคารพาณิชย์สูงขึ้น สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่ผู้บริหาร ธปท.พยายามชี้ให้เห็นว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง ธนาคารพาณิชย์ก็ขึ้นดอกเบี้ยตาม แต่ก็ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากน้อยกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ถึง 0.9%

แต่ก็น่าแปลกที่ ธปท.ยังคงให้ธนาคารกินส่วนต่างดอกเบี้ยสูง ยังไม่มีท่าทีจะกดดันให้ธนาคารพาณิชย์ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากไปอีก เพื่อไล่ให้ทันดอกเบี้ยเงินกู้และทำให้ผลตอบแทนต่อการออมจากติดลบให้เป็นบวก

ในภาวะที่เงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้ดอกเบี้ยสูงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ก็ควรจะให้ดอกเบี้ยเงินกู้กับดอกเบี้ยเงินเฟ้อไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ถ่างจนทำให้ประชาชนรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดู เพราะทางการเมืองคงไม่ยอมให้ธนาคารได้อยู่ข้างเดียว แต่ประชาชนต้องรับภาระจ่ายดอกเบี้ยแพง แต่ได้ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ  

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ