posttoday
รมว.คลังตั้งวงรับมือเศรษฐกิจโลก

รมว.คลังตั้งวงรับมือเศรษฐกิจโลก

12 สิงหาคม 2554

ชวนธปท.วางแผนรับผลกระทบไทย ด้านคลังเตรียมชงกฎหมายค้างสภา

ชวนธปท.วางแผนรับผลกระทบไทย ด้านคลังเตรียมชงกฎหมายค้างสภา

ธีระชัยเตรียมหารือ ธปท. ร่วมวางแผนรับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้จะหารือร่วมกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงปัญหาเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจจากสหรัฐอเมริกาและภาวะหนี้สินที่ลุกลามในสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบต่อไทยอย่างไร รวมถึงแนวทางการรับมือกับสถานการณ์

รมว.คลัง กล่าวว่า ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ จะเดินทางเข้าไปยังกระทรวงการคลังเพื่อหารือกับข้าราชการเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ในส่วนของนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยนั้น เบื้องต้นก็เห็นด้วยกับการดำเนินนโยบายทั้งหมด แต่ก็ต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการขับเคลื่อนนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องทางการเงินและความยั่งยืนทางการคลัง

รมว.คลังตั้งวงรับมือเศรษฐกิจโลก

 

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ทางผู้บริหารกระทรวงการคลังเตรียมข้อมูลรายงาน รมว.คลัง เรื่องการผลักดันร่างกฎหมายต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ที่ขั้นพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์จัดเก็บรายได้ที่จะเป็นฐานในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ใหม่

นายอารีพงศ์ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าประมาณการรายได้ปีงบประมาณ 2555 จะปรับเพิ่มจากที่รัฐบาลเดิมทำไว้ 1.9 ล้านล้านบาท เนื่องจากการเก็บรายได้ช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ออกมาดีมาก และคาดว่าทั้งปีจะเกินเป้าประมาณ 1.9 แสนล้านบาท หรือเก็บได้ 1.845 ล้านล้านบาท

สำหรับที่รัฐบาลใหม่มีการคาดการณ์ว่างบประมาณรายจ่ายในปี 2555 อาจปรับเพิ่มขึ้นอีก 1.8 แสนล้านบาท จากเดิมที่อยู่ที่ 2.25 ล้านล้านบาทนั้น คงต้องหารือกันก่อน เพราะต้องรอฟังนโยบายภาพใหญ่จากรัฐบาลก่อน

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าแม้ประมาณการรายได้จะสูงขึ้น แต่อาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นถึง 1.8 แสนล้านบาท ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการเพิ่มงบรายจ่ายจำนวนดังกล่าวจริง ก็อาจจะต้องมีการกู้ ซึ่งการกู้เงินก็จะต้องพิจารณาผลกระทบในแง่เศรษฐกิจมหภาค โดยคำนึงถึงผลต่ออัตราเงินเฟ้อด้วย

นายอารีพงศ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้ให้ทีมงานที่ดูแลเศรษฐกิจไปพิจารณาผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปที่ส่งผลกระทบต่อจีน ที่ถือว่าปัจจุบันเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ว่าจะกระทบต่อการส่งออกของไทยแค่ไหน ซึ่งหากมีผลกระทบก็จะต้องมีมาตรการกระตุ้นการส่งออกมาดูแล

นายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการสำนักตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท.ยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการในการควบคุมเงินทุนไหลเข้า หรือดูแลอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม เพราะเชื่อว่ามาตรการหรือเครื่องมือที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถรับมือกับแนวโน้มเงินทุนเคลื่อนย้ายที่อาจจะมีเข้ามามากขึ้น จากการที่สหรัฐและยุโรปอาจจะมีปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยจนต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำระดับ 00.25% ต่อเนื่องไปถึงปี 2556 ได้ เพียงแต่ในการติดตามดูแลตลาดจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงต่างๆใกล้ชิดมากขึ้น

“เท่าที่ติดตามดู ยังมีเงินเข้าตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นในระดับปกติ ตอนนี้ยังไม่มีภาวะน้ำเหนือไหลบ่าจนผิดปกติ ถึงขั้นว่าเราจะรับมือไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาเราก็ได้ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐมาตลอด และสิ่งที่ปรากฏออกมาก็น่าจะเป็นไปในแนวโน้มที่เขากลัวการเติบโตเข้าสู่ภาวะถดถอยมากกว่าจะกลัวเงินเฟ้อ ซึ่งก็ยังเป็นไปในภาพที่เราเคยคาดการณ์ไว้ เพียงแต่ต้องติดตามประเมินสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างใกล้ชิดมากขึ้น” นายสิงห์ชัยกล่าว

นายสิงห์ชัย กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้เครื่องมือที่มีอยู่น่าจะพอรับมือได้ เพราะจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐฯปี 2551 ซึ่งสหรัฐฯมีการผ่อนปรนเชิงปริมาณหรือคิวอี 1 และ คิวอี 2 ซึ่งมีผลให้เงินทุนไหลเข้าภูมิภาคเอเซีย รวมทั้งไทย ในภาพที่มาเหนือความคาดหมายแต่ที่สุดตลาดก็ปรับตัวรับมือได้ ฉะนั้นรอบนี้เป็นภาพที่อยู่ในการคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วน่าจะรับมือได้ แต่ในภาวะเช่นนี้ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนก็ควรมีการระมัดระวังความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนใหห้มากขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวของเงินบาทช่วงนี้ผันผวน โดยเปลี่ยนแปลงได้ทั้ง 2 ทาง ไม่ว่าแข็งหรืออ่อน มีโอกาสน้อยที่เงินบาทจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวเหมือนที่ผ่านมา

“ค่าเงินบาทช่วงนี้จะผันผวนบ้าง ในแต่ละวันมีทั้งแข็งค่าขึ้นและอ่อนค่าลง แต่เงินบาทยังถือว่าผันผนวผันผวนน้อยกว่าสกุลอื่นๆในภูมิภาค โดยส่วนใหญ่จะอยู่กลางๆ เพราะตลาดตอนนี้มีทั้งความต้องการซื้อและขายเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ค่อนข้างสมดุล เนื่องจากมีแรงซื้อจากนักลงทุนที่ต้องการไปลงทุนในตางประเทศในแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น และจาการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ตามภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้น” นายสิงห์ชัยกล่าว

ทั้งนี้ สถานการณ์นี้ ธปท.จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์การแก้ปัญหาและการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจจีนและบทบาทเงินหยวนอย่างใกล้ชิดขึ้นอย่างไรก็ตามมองว่าในระยะสั้นการถือครองเงินเหรียญสหรัฐไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมากนัก เห็นได้จากเงินเหรียญหรัฐไม่ได้อ่อนค่าลงอย่างเดียวบางช่วงยังปรับแข็งค่าขึ้นด้วย เนื่องจากถึงจะมีนักลงทุนเชื่อถือเงินเหรียญสหรัฐลดลงแต่ก็ยังมีนักลงทุนอีกฝั่งที่ยังเชื่อถืออยู่  

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69