posttoday
ปตท.กำไร6.7หมื่นล.

ปตท.กำไร6.7หมื่นล.

12 สิงหาคม 2554

ครึ่งปีโต68%ยอดขายพุ่ง‘บ้านปู’ลุยผลิต30ล้านตัน

ครึ่งปีโต68%ยอดขายพุ่ง‘บ้านปู’ลุยผลิต30ล้านตัน

ปตท.โชว์ไตรมาส 2 กำไร 3.2 หมื่นล้านบาท โต 91% ครึ่งปีบานฉ่ำ 6.7 หมื่นล้านบาท โต 68%

บริษัท ปตท. (PTT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 31 มิ.ย. 2554 กำไรสุทธิ 32,528 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 11.4 บาท เพิ่มขึ้น 15,504 ล้านบาท เติบโต 91%

งวด 6 เดือน กำไรสุทธิ 67,052 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 23.52 บาท เพิ่มขึ้น 27,253 ล้านบาท หรือ 68% จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไร 39,799 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 14 บาท

สาเหตุหลัก ปตท.และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขาย 643,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 148,238 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30% เป็นผลจากปริมาณและราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามราคาผลิตภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) กล่าวว่า แนวโน้มผลดำเนินงานปีนี้จะทำตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ คาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 9 หมื่นล้านบาท ส่วนแนวโน้มราคาถ่านหินในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก และทั้งปีราคาเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ปตท.กำไร6.7หมื่นล.

 

ทั้งนี้ งวดไตรมาส 2 บ้านปู มีกำไรสุทธิ 3,160.90 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 11.63 บาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,777.09 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 13.87 บาท

ส่วนงวด 6 เดือน กำไรสุทธิ 12,323.90 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 45.35 บาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,772.18 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 23.82 บาท

นอกจากนี้ บริษัทได้เพิ่มงบลงทุน 5 ปี จาก 644 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 750 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในเหมืองถ่านหินที่อินโดนีเซีย จาก 25 ล้านตัน เป็น 30 ล้านตัน ในปี 2558

นางสมฤดี ชัยมงคล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน BANPU กล่าวว่า บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้จำนวน 1 หมื่นล้านบาท ช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 โดยออกครั้งเดียวสกุลเงินบาท ขายให้กับนักลงทุนภายในประเทศ เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้ไปรีไฟแนนซ์หนี้เดิมที่ครบกำหนดชำระในช่วงที่เหลือของปีจำนวน 3,000-4,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างขั้นตอนเพื่อปรับสัดส่วนโครงสร้างหนี้เพิ่ม โดยเพิ่มสัดส่วนอัตราดอกเบี้ยคงที่สำหรับหนี้สกุลเงินบาท 30% ภายในปีนี้ จากสิ้นเดือน มิ.ย. ที่มีสัดส่วน 19% พร้อมทั้งจะปรับสัดส่วนหนี้ในรูปเงินสกุลเหรียญสหรัฐเพิ่มเป็น 65-70% จากปัจจุบันที่ 60% เนื่องจากได้รับประโยชน์จากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีนโยบายในการตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป และลดสัดส่วนหนี้ในเงินสกุลเหรียญออสเตรเลีย ที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 10% ของหนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ของบริษัท ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. บริษัทมีหนี้รวมประมาณ 8.4 หมื่นล้านบาท

บริษัท ไทยคม (THCOM) ไตรมาส 2 ยังขาดทุนต่อเนื่อง โดยขาดทุนสุทธิ 25 ล้านบาท ดีขึ้น 84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือในลาวและกัมพูชายังขาดทุน แม้ว่าธุรกิจดาวเทียมไทยคม 5 และไอพีสตาร์เติบโต

ทั้งนี้ หากไม่นับรวมผลขาดทุนจากธุรกิจโทรศัพท์ บริษัทจะมีกำไรในไตรมาส 2 ที่ 89 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งแรกปีนี้มีผลขาดทุนสุทธิ 192 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

แนวโน้มครึ่งปีหลัง น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร THCOM เชื่อว่าธุรกิจดาวเทียมยังเติบโตต่อไปและมีความสามารถในการทำกำไรได้ แต่ธุรกิจโทรศัพท์มือถือยังคงขาดทุน เพราะพิษแข่งขันด้านราคาจากคู่แข่งเวียดนาม ที่บริษัทพยายามแก้ไขร่วมกับดีลเลอร์จัดแคมเปญดึงลูกค้าเพื่อเพิ่มสมาชิกและรายได้ต่อเลขหมาย  

 

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย