posttoday
คาดวันแม่-สารทจีนเงินสะพัด2หมื่นล.

คาดวันแม่-สารทจีนเงินสะพัด2หมื่นล.

10 สิงหาคม 2554

เทศกาลวันแม่ สารทจีน ปีนี้คาดเงินสะพัดรวมเกือบ 2 หมื่นล้านบาท เหตุราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 

เทศกาลวันแม่ สารทจีน ปีนี้คาดเงินสะพัดรวมเกือบ 2 หมื่นล้านบาท เหตุราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,164 คน ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-6 ส.ค. พบว่า ในช่วงเทศกาลวันแม่ (รวมหยุด 3 วัน) จะมีปริมาณเงินสะพัดรวม 1.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 13.6% โดยจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยโดยรวม 4,081 บาทต่อวัน ซึ่งผู้ตอบ 49.08% ตอบว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงวันแม่ ได้แก่ พาแม่ไปทานข้าว จำนวนเงิน 1,054 บาท เพิ่มขึ้น 6.7% พาครอบครัวไปทานข้าว จำนวนเงิน 1,547 บาท เพิ่มขึ้น 8.8% ทำอาหารทานที่บ้าน จำนวนเงิน 1,122 บาทเพิ่มขึ้น 6.9% เป็นต้น ขณะที่การใช้จ่ายในการซื้อของขวัญให้แม่ ผู้ตอบ 30.3% จะซื้อพวงมาลัยและดอกไม้ให้แม่ จำนวนเงิน 186 บาท เพิ่มขึ้น 4.2% ผู้ตอบ 15..4% จะซื้อเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า จำนวนเงิน 1,107 บาท เพิ่มขึ้น 4.7% และผู้ตอบ 13.9% จะให้เงินสด ทองคำ จำนวนเงิน 1,883 บาท เพิ่มขึ้น 5.2% เป็นต้น

ด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงวันสารทจีนจะมีการใช้จ่ายโดยรวมเฉลี่ย 2,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.2% โดยผู้ตอบ 65.1% คิดว่าราคาของไหว้ในปัจจุบันแพงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าในช่วงเทศกาลสารทจีนผู้ตอบส่วนใหญ่ตอบว่าราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ทั้ง หมู เป็ด ไก่ ปลา ผลไม้และขนมต่างๆ เช่น ขนมเข่ง ขนมถ้วยฟู ขนมเทียน รวมทั้งกับข้าวต่างๆ ด้วย ส่วนการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการซื้อสินค้าผู้ตอบส่วนใหญ่ 56.4% จะซื้อหมูในปริมาณที่ลดลง แต่จะหันมาซื้อเป็นและไก่ มากขึ้น จำนวน 49.7%

สำหรับการใช้จ่ายในการซื้อของไหว้ หมู เฉลี่ยซื้อจำนวน 526 บาทเพิ่มขึ้น 12.5% เป็ด ไก่ 905 บาท เพิ่มขึ้น 7.9% ปลา 276 บาท เพิ่มขึ้น 3.1% เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้สำรวจทัศนะต่อภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน และนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ผู้ตอบ 71.5% ตอบว่าราคาอาหารสูงขึ้น 69.8% ตอบราคาสินค้าที่ใช้ในครัวเรือนสูงขึ้น 52.7% ตอบรายจ่ายทั้งครอบครัวสูงขึ้น และ 38% ตอบหนี้สินของครัวเรือนสูงขึ้น โดยสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ เป็นเรื่องแรก คือ การดูแลควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้สอดคล้องกับรายได้ของประชาชน แก้ปัญหาน้ำท่วม ควบคุมราคาน้ำมัน แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และเพิ่มฐานเงินเดือนของผู้มีรายได้น้อย

ขณะที่ทัศนะต่อราคาหมูที่ปรับตัวสูงขึ้นผู้ตอบ 50.2% ตอบว่าระดับราคาเนื้อหมูในปัจจุบันแพงมากพอรับได้ หากไม่สูงไปกว่านี้ 31.6% ตอบแพงมากรับไม่ได้เลย และ 18.2% แพง แต่ยังรับได้อยู่ โดยมาตรการที่ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลราคาหมูในประเทศ ได้แก่ 48.7% ควรมีหมูธงฟ้า 21.2% ควรลดราคาหมูหน้าเขียง 11.7% ควรควบคุมราคาหมูหน้าฟาร์ม เป็นต้น ส่วนพฤติกรรมในการซื้อหมูในปัจจุบัน ผู้ตอบส่วนใหญ่กว่า 50% ซื้อหมูลดลง 36.7% ซื้อเหมือนเดิม และ 1.8% ซื้อเพิ่มขึ้น

“คนยังใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี ปัญหาเศรษฐกิจโลกยังไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของคนไทย แต่รายได้ของประชาชนยังเพิ่มขึ้นเท่ากับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่จึงต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลค่าครองชีพ และราคาสินค้า” นายธนวรรธน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน