
โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินใจเลิกไฟฟรี90หน่วย
เรคกูเลเตอร์ แบะท่าผลกระทบภาคอุตสาหกรรมจากมาตรการไฟฟรี90หน่วย โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินใจเลิกไม่เลิก
เรคกูเลเตอร์ แบะท่าผลกระทบภาคอุตสาหกรรมจากมาตรการไฟฟรี90หน่วย โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินใจเลิกไม่เลิก
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) เปิดเผยถึงกรณีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะเสนอรัฐบาลให้ยกเลิกการนำภาระชดเชยจากมาตรการใช้ไฟฟรีไม่เกิน 90 หน่วย ที่ต้องมาเรียกเก็บค่าไฟเพิ่มจากผู้ใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมในอัตรา 12 สต./หน่วย แทนว่า เรื่องดังกล่าวคงต้องขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในทางปฏิบัติหากต้องรื้อโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ก็สามารถดำเนินการได้
ทั้งนี้ ได้เตรียมแนวทางไว้ 3 รูปแบบคือ 1.หากรัฐบาลยังดินหน้ามาตรการใช้ไฟฟรีไม่เกิน 90 หน่วยต่อไป แต่ไม่ผลักภาระให้กับภาคอุตสาหกรรมก็ต้องหาเงินจากแหล่งอื่นเพื่อนำมาชดเชยค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นปีละ 1.2หมื่นล้านบาท 2. ยกเลิกมาตรการใช้ไฟฟรี90หน่วย ก็สามารถปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เพื่อไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมต้องมารับภาระเพิ่ม และ 3. คงนโยบายเดิมไว้ไม่เปลี่นแปลง
“ตอนนี้ต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร หากไม่ต้องการให้เอกชนต้องมารับภาระจากมาตรการใช้ไฟฟ้าฟรี ที่ต้องปรับค่าไฟเพิ่มจากปกติ 12 สต./หน่วย หรือใช้เงินประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท/ปี ก็ต้องหางบประมาณอื่นมาสนับสนุนตรงนี้ โดยนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน “นายดิเรก กล่าว
นายดิเรก กล่าวถึงแนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) งวดใหม่ เดือนก.ย.-ธ.ค. 2554 ว่า จะมีกาประชุมในเรื่องนี้กลางเดือนส.ค. โดยจะใช้หลักการพิจารณา 3 ด้าน คือ 1. อัตราแลกเปลี่ยน 2. ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้า และ3. ราคาเชื้อเพลิง ซึ่งโดยปกติในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะอยู่ในช่วงฤดูหนาว ดังนั้นความต้องการใช้ฟ้าจะลดลงในขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่ามากขึ้น ปัจจัยบวกเหล่านี้จะมีผลต่อการพิจารณาค่าเอฟทีด้วย
สำหรับต้นทุนราคาเชื้อเพลิง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาลง จะสะท้อนไปยังราคาก๊าซธรรมชาติได้ดี ซึ่งหากราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่องช่วง 4 เดือนข้างหน้า ค่าเอฟทีงวดใหม่ก็จะได้ประโยชน์ สว่นจะมีผลให้ปรับลดลงหรือไม่ ยังไม่สามารถคาดการณ์ด้ แต่ตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ได้นำเงินที่เรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้าที่ไม่ได้มีการลงทุนจริง(คอลแบ็ค) มาใช้ในการอุดหนุนค่าเอฟทีไว้ แล้ว
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า แนวโน้มค่าเอฟทีงวดใหม่ จะเป็นรอบที่ต้องใช้ราคาน้ำมันตลาดโลกที่สูงกว่า 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาใช้ คำนวณต้นทุนเชื้อเพลิง จากเดิมค่าเอฟทีงวดที่ผ่านมายังใช้ราคาที่ต่ำกว่า 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แม้ว่าในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาทิศทางราคาน้ำมันจะปรับลดลงต่อเนื่องก็ตาม แต่ในภาพรวม เชื่อว่าราคาเชื้อเพลิงคงต้องปรับบ้างเล็กน้อย ส่วนจะส่งผลกระทบต่อค่าเอฟทีแค่ไหนกลางเดือนส.ค.นี้จะมีการประชุมร่วมกัน







