
โลกไม่ทิ้งนิวเคลียร์ไทยลุ้นรัฐบาลเคาะ
ต่างชาติไม่ทิ้งนิวเคลียร์ ปรับทิศหาช่องพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่ม
ต่างชาติไม่ทิ้งนิวเคลียร์ ปรับทิศหาช่องพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่ม
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายในงานสัมมนาเรื่อง “ผลกระทบเชิงนโยบายการบริหารจัดการพลังงาน อันเนื่องมาจากกรณีโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา” ว่า หลายประเทศทั้งที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อยู่แล้วและมีแผนจะสร้างใหม่ ส่วนใหญ่กำลังทบทวนนโยบายการบริหารจัดการพลังงานเพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยยังเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่อ ยกเว้นประเทศเยอรมนีที่ตัดสินใจจะยกเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกนอกระบบภายใน 13 ปี
ขณะที่ประเทศไทยเลื่อนการตัดสินใจออกไป 3 ปี เช่นเดียวกับหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ขณะนี้ก็เลื่อนการตัดสินใจออกไป แต่สิงคโปร์เริ่มให้ความสนใจในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากขึ้น รวมถึงมาเลเซียก็หันมาศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพื่อกระจายความเสี่ยงการพึ่งพาพลังงานผลิตไฟฟ้าแทนถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีเพียงเวียดนามเพียงประเทศเดียวที่ตัดสินใจเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 แห่ง โดย 2 แห่งร่วมมือกับญี่ปุ่น และอีก 2 แห่งร่วมมือกับรัสเซีย
ประเทศในภูมิภาคเอเชียอย่างจีน ก็ประกาศเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สร้างเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง ตามด้วยเกาหลีมีแผนจะสร้างเพิ่ม 10 แห่ง แต่ญี่ปุ่นสั่งปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทุกแห่งในภาคตะวันออก รวมทั้งโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นยังเห็นว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีความจำเป็นต้องทำต่อ
ด้านฝั่งยุโรปและสหรัฐ นอกจากเยอรมนีที่ประกาศจะยกเลิกการใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ประเทศอื่นๆ ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ ยังเดินหน้าต่อ แต่ทบทวนเพิ่มความปลอดภัย ใช้เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น ส่วนรัสเซียทบทวนแล้ว ตัดสินใจเดินหน้าต่อควบคู่กับการผลักดันส่งออก
“ในช่วง 3 ปี ของไทยที่เลื่อนการตัดสินใจ จะมีการสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมด้านกฎหมาย บุคลากร เพื่อรอรัฐบาลสรุปทิศทางให้ชัดเจนว่าจะสานต่อหรือยกเลิกการใช้นิวเคลียร์” นายคุรุจิต กล่าว







