posttoday
แบงก์ชาติทั่วโลกยี้เงินสหรัฐ

แบงก์ชาติทั่วโลกยี้เงินสหรัฐ

10 สิงหาคม 2554

พร้อมใจลดถือครองเหลือแค่50%ค่าบาทผันผวนแต่เงินยังไม่ไหลออก

พร้อมใจลดถือครองเหลือแค่50%ค่าบาทผันผวนแต่เงินยังไม่ไหลออก

ธปท.คาดเศรษฐกิจสหรัฐเข้าส่ภาวะถดถอยซึมยาว กระทบต่อค่าเงินบาทผันผวนบ้างแต่ไม่รุนแรง เพราะปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงมาพอสมควร ด้านธนาคารกลางทั่วโลกลดสัดส่วนการถือครองสกุลเหรียญสหรัฐเป็นสินทรัพย์ในทุนสำรองเหลือ 50%

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ ทำให้ธนาคารกลางของประเทศต่างๆทั่วโลก ทยอยปรับลดการถือครองสินทรัพย์ที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐในทุนสำรองระหว่างประเทศลงอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเหลือเพียง 50%

“ในอดีตธนาคารกลางทั่วโลกถือสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐเฉลี่ยอยู่ที่ 70% ของสินทรัพย์ทั้งหมดในทุนสำรอง ลดสัดส่วนการถือครองเพื่อลดความเสี่ยงสะท้อนการปรับตัวที่มีมาต่อเนื่อง ขณะที่บางส่วนก็ปรับไปถือสินทรัพย์ในรูปแบบสกุลอื่นๆ บ้าง ธปท.ก็ต้องปรับตัวในทิศทางนี้ด้วย แต่การดำเนินการคงทำในทันทีไม่ได้ ต้องทยอยดำเนินการเพื่อให้ปรับตัวได้ในระยะยาว” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

นายประสาร กล่าวว่า จากสถานการณ์ขณะนี้ ยังไม่พบเงินทุนต่างชาติไหลออกจากไทย ยอมรับว่าค่าเงินบาทผันผวนแต่ก็เคลื่อนไหวไม่มาก มีทั้งแข็งค่าและอ่อนค่าเป็นช่วงๆ เนื่องจากตลาดการซื้อขายยังมีทั้งความต้องการซื้อและขายเงินบาท ทำให้ เงินบาทเคลื่อนไหวค่อนข้างมีเสถียรภาพ ส่งผลให้ธปท.ไม่ต้องเข้าไปดูแลแทรกแซงมากนัก

“การที่บริษัทจัดอันดับเครดิตสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส หรือเอสแอนด์พีประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของสมาคมการจำนองแห่งชาติของรัฐบาลกลางสหรัฐ (แฟนนี เม) และบรรษัทจำนองสินเชื่อบ้านของรัฐบาลกลางสหรัฐ (เฟรดดี แมค) ลงสู่ระดับ AA+ จากระดับ AAA รวมทั้งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหน่วยงานอื่นๆ และการปรับลดอันดับเครดิตสหรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มจะยืดเยื้อทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงทั่วโลก ขณะที่ผลต่อสกุลเงิน ตอนแรกคาดว่าสกุลเงินอื่นๆน่าจะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น รวมทั้งค่าเงินบาท แต่ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าลงไม่มาก เพราะค่อนข้างมีเสถียรภาพ” นายประสารกล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า

การที่บริษัทจัดอันดับเครดิตสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส หรือเอสแอนด์พีประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของสมาคมการจำนองแห่งชาติของรัฐบาลกลางสหรัฐ (แฟนนี เม) และบรรษัทจำนองสินเชื่อบ้านของรัฐบาลกลางสหรัฐ (เฟรดดี แมค) ลงสู่ระดับ AA+ จากระดับ AAA รวมทั้งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหน่วยงานอื่นๆ อีกหลายแห่งของรัฐบาลสหรัฐ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมาไม่น่าจะก่อให้เกิดวิกฤตสถาบันการเงินในสหรัฐฯเหมือนที่เคยเกิดเมื่อปี 2551 เพราะปัญหารอบนี้ไม่ได้เป็นปัญหาของสถาบันการเงินแต่เป็นปัญหาของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯจะมีปัญหา แต่ก็ไม่น่าจะขาดชำระหนี้

สหรบสำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงินโลกจากปัญหาสหรัฐครั้งนี้ คงไม่เหมือนในปี 2551 ไม่น่าจะมีเป็นการลดความน่าเชื่อถือสถาบันการเงินอีกรอบ เพราะปัญหาสถาบันการเงินที่ผ่านมามีการแก้ไขปัญหาไปบ้างแล้วระดับหนึ่ง ไม่น่าจะมีปัญหารุนแรงเกิดขึ้นอีก ขณะนี้น่าจะเป็นปัญหาของภาครัฐมากกว่า

ฉะนั้น ปัญหารอบนี้น่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐซึมยาวเข้าสู่ภาวะถดถอยมากกว่าไม่น่าจะเป็นช็อคในตลาดการเงินเหมือนเมื่อปี 2551 ที่เกิดจากภาคเอกชน ซึ่งจะหาใครมาช่วยภาครัฐได้ค่อนข้างยาก ปัญหาจึงน่าจะซึมยาวและใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวนาน” นายประสาร กล่าว

ทางด้านความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจที่เกิดจากเงินเฟ้อ ธปท.จะรอนำปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ เข้าประเมินในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งต่อไปให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจดำเนินนโยบายดอกเบี้ยในระยะต่อไปให้เหมาะสม และ ธปท.ก็พร้อมที่เข้ารายงานและหารือ รวมทั้งรับฟังความเห็นข้อมูลทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลใหม่ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ เพื่อประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุด โดยได้เตรียมข้อมูลสำหรับเข้ารายงานไว้บ้างแล้ว

ด้านนักค้าเงินธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า ค่าเงินบาทในขณะนี้ยังมีแนวโน้มไปในทางอ่อนค่าและมีความผันผวน ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 29.93 บาทต่อเหรียญสหรัฐค่อนข้างผันผวนตามตลาดหุ้นที่ปรับลดลงและความไม่มั่นใจของนักลงทุนทำให้มีนักลงทุนบางส่วนหันกลับไปถือสกุลเหรียญสหรัฐ จากที่เปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 29.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อไปว่า ธนาคารพาณิชย์ควรมีการปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แม้ขณะนี้ธนาคารจะมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ในระยะต่อไปการลงทุนจะมีมากขึ้นจากเออีซี ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม และเป็นผลดีต่อการขยายตัวของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ ธนาคารยังมีเวลาปรับตัวเพราะกว่าจะเปิดเสรีในปี 2558ซึ่งธนาคารแต่ละแห่งจะได้ไปปรับหาจุดแข็งของตัวเอง

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน