
ธปท.หารือแบงก์รับมือเออีซี
ระบุชัดธนาคารไทยแข่งสู้ไม่ได้บัณฑูรแนะต่อยอดหาพันธมิตร
ระบุชัดธนาคารไทยแข่งสู้ไม่ได้บัณฑูรแนะต่อยอดหาพันธมิตร
ธปท.เรียกสมาคมธนาคารไทยถกแผนรับมือเปิดเสรีเศรษฐกิจอาเซียน ก่อนสู้คู่แข่งไม่ได้
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคณะผู้บริหาร ได้หารือร่วมกับผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ถึงแนวทางการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจและการยกระดับสถาบันการเงินให้พร้อมรับมือกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการใช้หลักเกณฑ์บาเซิล 3 ตามฐานสากล เพื่อดูแลให้สถาบันการเงินมีความเข้มแข็งและมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกรรมที่มีความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ซึ่ง ธปท.จะทยอยออกหลักเกณฑ์มาบังคับใช้ในปี 2556
ประเด็นสุดท้ายที่มีการหารือ คือ การจัดทำแผนกลยุทธ์ระบบชำระเงินปี 2555–2559 การบริหารจัดการธนบัตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการชำระเงิน รวมถึงพูดคุยปัญหาเศรษฐกิจ
แหล่งข่าว ธปท. เปิดเผยว่า โดยภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในขณะนี้ ยังไม่ค่อยพร้อมที่จะแข่งขันกับต่างประเทศหรือเออีซีเท่าที่ควร
“เท่าที่ดูตอนนี้ธนาคารหลายแห่งถือว่ามีศักยภาพจะไปแข่งขันในต่างประเทศได้ เช่น ธนาคารกรุงเทพ แต่หลายแห่งก็ยังไม่มีความสามารถในการแข่งขันได้” แหล่งข่าว เปิดเผย
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมหารือเกี่ยวกับบทบาทการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 เนื่องจากปัจจุบัน ธนาคารไทยยังไม่สามารถแข่งขันกับธนาคารต่างชาติได้ เพราะไม่มีฐานลูกค้าในต่างประเทศ
“ขณะนี้แบงก์ชาติยังคิดไม่ตกว่าจะใช้แผนใดรับมือกับการเปิดเออีซี เนื่องจากแบงก์ไทยยังไม่พร้อม ไม่มีฐานลูกค้า ถ้าเปิดเสรีแล้วจะสู้แบงก์ต่างชาติได้อย่างไร มีเพียงธนาคารกรุงเทพแห่งเดียวเท่านั้นที่มีรากฐานพอจะเป็นธนาคารระดับภูมิภาคได้ เพราะเขาทำมานานและมีฐานลูกค้าแล้ว” นายบัณฑูร กล่าว
นายบัณฑูร กล่าวว่า การออกไปตั้งสาขาในต่างในประเทศต่างๆ เพียง 1-2 แห่ง ยังไม่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ จึงควรใช้วิธีเข้าไปทำพันธมิตรกับธนาคารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมและขยายฐานลูกค้ามากกว่า ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ธนาคารกสิกรไทยใช้อยู่ ล่าสุดได้เข้าไปทำพันธมิตรกับธนาคารท้องถิ่นในเวียดนาม และในอนาคตอาจเข้าไปทำพันธมิตรเพิ่มเติมในมาเลเซียและอินโดนีเซีย







