
จัสโมเดอร์นรับวัตถุดิบขึ้นกระทบตลาดเคมีผม
จัสโมเดอร์น ชี้วัตถุดิบขึ้นราคากระทบตลาดผลิตภัณฑ์เคมีผม พร้อมเปิดสินค้าใหม่เจาะวัยรุ่น
จัสโมเดอร์น ชี้วัตถุดิบขึ้นราคากระทบตลาดผลิตภัณฑ์เคมีผม พร้อมเปิดสินค้าใหม่เจาะวัยรุ่น
นายบุญชู สมบูรณ์ศักดิกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทพี.ซี.แอล ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ “จัสโมเดอร์น” เปิดเผยว่าจากแนวโน้มวัตถุดิบกลุ่มเคมีที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนผลิตภัณฑ์เคมีสำหรับเส้นผมปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ซึ่งกระทบกับผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าแบรนด์ต่างๆ และคาดว่าในอนาคตผู้ประกอบการในธุรกิจดังกล่าว อาจมีแนวโน้มปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตาม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
สำหรับบริษัท ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิต จากเคมีที่ใช้เป็นวัตถุดิบเช่นกัน แต่ได้ดำเนินการปรับแผน เพื่อลดต้นทุนทางด้านอื่น พร้อมขยายโอกาสในการทำตลาดส่งออกในประเทศแถบเอเชีย, ตะวันออกกลาง, ยุโรปตะวันออก เป็นต้น เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ที่ปัจจุบันมียอดขายจากการส่งออก 35% ไปพร้อมกับรอดูนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐด้านต่างๆ อาทิ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอัตราใหม่ ว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าในอนาคตหรือใม่
พร้อมกันนี้ บริษัทใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า40 ล้านบาท ทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ในรอบ5ปีของบริษัท คือ “จัสท์ โมเดอร์น คัลเลอร์ฟูล วาว” แบ่งเป็น 5 ล้านบาท สำหรับวิจัยและพัฒราผลิตภัณฑ์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชันจากประเทศเกาหลี และ15 ล้านบาท สำหรับลงทุนสายการผลิตสินค้าใหม่ในโรงงาน จังหวัดนครราชสีมา และอีก 20 ล้านบาท เพื่อทำตลาดสินค้าใหม่ดังกล่าว ตั้งแต่ขณะนี้จนถึงกลางปีหน้า
สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่มี 19 เฉดสี วางราคาจำหน่าย 72 บาท ต่อกล่อง โดยบริษัทจะใช้กลยุทธ์การทำตลาดผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบทรงผม และสไตล์ลิสต์เกาหลี “โอแซอิล” พร้อมจัดกิจกรรมเวิร์คชอป “คัลเลอร์ ฟูล วาว เกิร์ล 2011 บาย จัสโมเดอร์น” ร่วมกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นอายุ 18-25 ปี ในการสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์ จากเดิมกลุ่มเป้าหมายผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมจัสโมเดอร์น ที่ทำตลาดมานานกว่า 30 ปี มีสีธรรมชาติ ดำ, น้ำตาล และน้ำตาลอ่อน
บริษัทยังได้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ ครีมยืดผมจัสโมเดอร์น เพื่อเสริมไลน์สินค้าในปัจจุบันที่บริษัททำตลาด อาทิ ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม, บำรุงเส้นผม, จัดแต่งทรงผม และผลิตภัณฑ์เคมี ยืด ดัด ผม เป็นต้น จากปัจจุบันตลาดเปลี่ยนสีผมมีมูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท เติบโต 10% ต่อเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมทำผมแฟชัน โดยจัสโมเดอร์น ครองส่วนแบ่งตลาด 10% ทำตลาดในช่องทาง ร้านเสริมสวย 30% ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ 30% และร้านค้าปลีกดั้งเดิม 30% จากสินค้าใหม่คาดทำให้บริษัทมียอดขายเพิ่ม 20-25% โดยสิ้นปีมียอดขายรวม 600 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาเติบโต10%







