
วายุภักษ์มั่นใจกำไรปีนี้
ไม่หวั่นการเมืองป่วนตลาดหุ้น บริหารพอร์ตลดเสี่ยงเป็นระยะ
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.เอ็มเอฟซี ไม่กังวลการเมืองป่วนตลาดหุ้น มั่นใจกองทุนวายุภักษ์ปรับพอร์ตทันผลงาน ทั้งปีไม่มีปัญหา เชื่อเศรษฐกิจฟื้นนายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) เอ็มเอฟซี ในฐานะผู้จัดการกองทุนวายุภักษ์ เปิดเผยว่า มั่นใจว่าพอร์ตการลงทุนของกองทุนวายุภักษ์จะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากปัญหาทางการเมืองในช่วงก่อนศาลตัดสินคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะทำให้หุ้นไทยผันผวนในระยะสั้น เนื่องจากมีการปรับพอร์ตการลงทุนบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง
“
ช่วงที่ผ่านมาเรามีการปรับพอร์ตลงทุนเป็นระยะๆ และการบริหารพอร์ตในช่วงที่ผ่านมาแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤต แต่ผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนก็ยังคงมีกำไร” นายพิชิต กล่าวนอกจากนี้ โครงสร้างของกองทุนวายุภักษ์ถูกออกแบบมาดี ทำให้สามารถรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้นได้ เห็นได้จากปี 2551 ที่ตลาดหุ้นผันผวนหนัก แต่ผู้ถือหน่วยของกองทุนวายุภักษ์แทบจะไม่ได้รับผลกระทบ และในปี 2552 พอร์ตลงทุนของกองทุนวายุภักษ์ก็มีกำไรสูง และเชื่อว่าผลการดำเนินงานในปีนี้ไม่น่าจะมีปัญหา แม้ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนจากปัญหาการเมือง
ทั้งนี้ กองทุนวายุภักษ์ 1 จ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2552 รวมทั้งสิ้น 0.65 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็น 6.5% ต่อปี สำหรับนักลงทุนทั่วไป
นายพิชิต กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ เชื่อว่าจะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก แม้ภายในประเทศยังมีปัญหาการเมือง แต่เศรษฐกิจของไทยส่วนใหญ่พึ่งพาการส่งออกไปยังต่างประเทศในสัดส่วนสูง ดังนั้นการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ประเทศไทยก็ได้รับแรงหนุน
นอกจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเป็นอีกแรงขับเคลื่อนในการผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศ แม้ในอนาคตจะมีแผนยกเลิกการใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็เป็นแผนในระยะยาวมากกว่า เพราะในระยะสั้นหลายประเทศยังจำเป็นต้องพึ่งการลงทุนของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
“
แม้ตลาดหุ้นไทยยังผันผวนอยู่ แต่เชื่อว่าอยู่ในช่วงขาขึ้น และภูมิภาคเอเชียยังเป็นเป้าหมายสำคัญในการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน ดังนั้นตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้ามาลงทุน” นายพิชิต กล่าวนายศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า ปีนี้การลงทุนที่ยังน่าสนใจคือ หุ้น น้ำมัน และทองคำ โดยเชื่อว่าเงินเหรียญสหรัฐยังคงอ่อนค่า ทำให้ทองจึงน่าสนใจอยู่ โดยราคาทองในปัจจุบันยังเข้าสะสมได้ แม้การปรับตัวขึ้นในปีนี้อาจไม่เท่าตลาดหุ้นก็ตาม
ขณะที่ตลาดหุ้นจะได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยตลาดหุ้นสหรัฐก็น่าสนใจ เพราะยังมีส่วนต่างที่ยังขึ้นได้อีกประมาณ 18% เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดสำหรับดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในตลาดหุ้นสหรัฐ
” นายศุภกร กล่าวสำหรับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก คาดการณ์กันว่าไตรมาสแรกของปีนี้จะเฉลี่ยที่ 76 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็ยังมีส่วนต่างที่ลงทุนได้เมื่อเทียบกับราคาในปัจจุบัน และไตรมาส 4 ของปีนี้เฉลี่ยคาดกันไว้ที่ 82 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
“
น้ำมันอาจสวิงขึ้นไปถึง 92 เหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 3 ของปีนี้ก็ได้ ตามที่นักวิเคราะห์หลายๆ ค่ายคาดกันไว้ โดยแนวโน้มส่วนใหญ่มองน้ำมันยังขึ้น และเอ็มเอฟซีเองมองแนวรับทางเทคนิคอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐ” นายศุภกร กล่าว






