
กู้ใช้ไทยเข้มแข็งอีก9หมื่นล.
โพสต์ทูเดย์
— 5 ธนาคาร คว้าเงินกู้ก้อนใหญ่ไทยเข้มแข็ง 9 หมื่นล้านแหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประมูลอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อนำมาลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งครั้งที่ 3 วงเงิน 9 หมื่นล้านบาท มีธนาคาร 5 แห่ง ที่ชนะการปล่อยกู้ไป
สัญญาแรกวงเงินละ 4.5 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงไทยและธนาคารกสิกรไทย ชนะการประมูลไปในอัตราดอกเบี้ย 1.465%
สัญญาที่สองอีก 4.5 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารมิซูโฮ คอร์ปอเรต ชนะการประมูลด้วยอัตราดอกเบี้ย 1.42%
“
การกู้เงินของกระทรวงการ คลังได้อัตราดอกเบี้ยต่ำลงเรื่อย แสดงให้เห็นว่าธนาคารต้องการปล่อยกู้ เพราะมีสภาพคล่องในระบบเหลืออีกมาก โดยเงินกู้ที่ได้มาจะเริ่มเบิกจ่ายในโครงการไทยเข้มแข็งตั้งแต่เดือนก.พ. 2553 เป็นต้นไป คาดว่าจะใช้เบิกจ่ายได้ 12 เดือน” แหล่งข่าวเปิดเผยทั้งนี้ การเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการของกระทรวงคมนาคม การก่อสร้างถนนไร้ฝุ่น โครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก ทำให้เงินกู้ใน 2 ครั้งก่อนหน้านี้ 6 หมื่นล้านบาท เบิกไปหมดแล้ว คาดว่าปี 2553 งบเงินกู้ไทยเข้มแข็งจะเบิกจ่ายได้ 3.5 แสนล้านบาท ตามเป้าหมาย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า หลังจากที่การเบิกจ่ายเงินกู้ 9 หมื่นล้านบาทหมดไปแล้ว นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ต้องการให้ออกพันธบัตรออมทรัพย์เพื่อขายให้กับประชาชนทั่วไปในวงเงิน 68 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นทางเลือกการออมให้กับประชาชน และนำเงินกู้มารีไฟแนนซ์ เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์
สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์ที่จะออกคาดว่าจะมีอายุ 6 ปี อัตราผลตอบแทนประมาณ 4% เศษ และเป็นแบบขั้นบันได
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เงินกู้ไทยเข้มแข็งจากการออกพระราชกำหนด 4 แสนล้านบาท มีวงเงินเหลืออีก 1.7 แสนล้านบาท ที่ต้องทยอยกู้มาลงทุน คาดว่าจะเปิดประมูลในอีก 1.2 เดือนข้างหน้า หลังจากที่เงินกู้ 9 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายหมด
ด้านการกู้เพื่อลงทุนไทยเข้มแข็ง 2 ครั้งผ่านธนาคารพาณิชย์นั้น มีการกู้มา 2 ครั้ง ครั้งละ 3 หมื่นล้านบาท ครั้งที่ 1 มีการเสนอเงื่อนไขดอกเบี้ย 1.50% ขณะที่การกู้ครั้งที่ 2 อัตราดอกเบี้ยแค่ 1.51% เงินกู้มีระยะเวลา 2 ปี







