
อินเดีย : ความก้าวหน้าด้านมาตรการโลกร้อน (2)
จากฉบับที่แล้ว ผมสะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่ในด้านมาตรการด้านโลกร้อนของประเทศอินเดีย
จากฉบับที่แล้ว ผมสะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่ในด้านมาตรการด้านโลกร้อนของประเทศอินเดีย
โดย..สืบศักดิ์ สืบสายอ่อน
ที่มีเหตุผลทั้งจากการคาดการณ์ถึงผลกระทบจากโลกร้อนที่มีต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของอินเดีย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าผลของภาวะโลกร้อนจะส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงร้อยละ 4.59 ภายใน 30 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ยังรวมถึงแรงกดดันจากประเทศพัฒนาแล้วทั้งจากเวทีเจรจาด้านโลกร้อน และความพยายามในการกำหนดมาตรการโลกร้อนของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา หรือสหภาพยุโรป ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณให้ประเทศกำลังพัฒนาต้องปรับตัวเพื่อรับผิดชอบต่อการลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน
ทั้งนี้ อินเดียถือเป็นแกนนำของประเทศกำลังพัฒนาที่พยายามลดแรงกดดันจากประเทศพัฒนาแล้วในการเจรจาโลกร้อน เพื่อต้องการให้ประเทศพัฒนาแล้วเป็นผู้ดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจะปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังที่กล่าวมาทำให้อินเดียได้กำหนดแผนปฏิบัติการชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปี 2008 และได้ดำเนินการพัฒนาด้านแผนจนถึงปัจจุบัน
แผนปฏิบัติการชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ National Action Plan on Climate Change (NAPCC) จัดทำขึ้นในสมัยของนายกรัฐมนตรี Mannohan Sigh
โดยมีเป้าหมายเพื่อการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจกและมาตรการเพื่อการปรับตัว (Mitigation and Adaptation)
ภายใต้แผนมีภารกิจสำคัญที่เรียกว่า “National Mission” 8 ด้าน ดังนี้
1) ด้านพลังงานแสงอาทิตย์
2) ด้านการปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
3) ด้านการรักษาระบบนิเวศของภูมิภาคหิมาลายันอย่างยั่งยืน
4) ด้านพลังงานน้ำ
5) ด้านการกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
6) เพื่อการเป็น “Green India”
7) เพื่อความยั่งยืนด้านการเกษตร
8) ด้านการสร้างองค์ความรู้ทางด้านกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน
ดังจะเห็นว่า ภารกิจชาติได้มุ่งเน้นการส่งเสริมพลังงานสะอาดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังเช่น ภายใต้แผนดังกล่าว อินเดียมีเป้าหมายจะผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น รวมทั้งการพัฒนาและการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น โดยมีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน
ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดถึง 2.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2020 และจะมีการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) สูงถึง 4.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่จีนยังเป็นแชมเปียนในการเป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาด ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมแหล่งใหญ่ของโลก
อย่างไรก็ตาม อินเดียก็ยังสามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและความพร้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติในการส่งเสริมการผลิตพลังงานหมุนเวียน
จะเห็นได้ว่า ทิศทางการพัฒนาด้านพลังงานของโลก เริ่มปรับเปลี่ยนมาสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีความพร้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้อต่อการผลิตพลังงานหมุนเวียน
จีนและอินเดียซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ปรับเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงานไปสู่พลังงานหมุนเวียนอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองการเติบโตทางเศรษฐกิจบนรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต
จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ภาครัฐต้องฉุกคิดและดำเนินการกำหนดนโยบายพลังงานของประเทศ โดยอิงกับทิศทางความต้องการพลังงานของโลกที่กำลัง “เปลี่ยน” ให้ทันท่วงที ไม่ใช่รอช้าจนตามเขาไม่ทัน







