
ไฟแนนซ์ทูเดย์
ถูกจับตาเป็นพิเศษ สำหรับ วิชิต สุรพงษ์ชัย
ถูกจับตาเป็นพิเศษ สำหรับ วิชิต สุรพงษ์ชัย
ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังคนใหม่ว่า จะโชว์ฝีไม้ลายมือการบริหารเศรษฐกิจรากหญ้าได้เข้าตาฝ่ายการเมือง โดยที่ไม่เสียวินัยการเงินการคลัง และไม่สร้างวัฒนธรรมให้คนรากหญ้า คิดแต่ว่า ประเดี๋ยวรัฐบาลก็จะแจกให้อีก ไม่ต้องออกแรงมาก
งานแรกของขุนคลังคนใหม่ที่จะเดินหน้าทำทันทีคงหนีไม่พ้นเรื่องการจำนำข้าวแทนการประกันรายได้ ในฐานะที่ต้องนั่งเป็นประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็จะเห็นคาตาว่า ที่ผ่านมารัฐบาลยังค้างหนี้จำนำข้าว ธ.ก.ส.อยู่ร่วม 1.8 แสนล้านบาท ข้าวเดิมที่ค้างอยู่ก็ยังขายไม่หมด ทุจริตก็ยังมีจมในกองข้าว จะเอายังงัยยยย แปะโป้งไว้ก่อนดีมั้ยยยย แล้วเพื่อไทยจะพาไปกินตับบบบ
อีกงานหนึ่งที่น่าจับตา คือ นโยบายพักหนี้รายละ 5 แสนบาท ต้องดูว่าในฐานะนายแบงก์ จะช่วยอุ้มหนี้เสียคนไม่มีวินัยอย่างเดียว ปล่อยให้ลูกหนี้ดีได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ปลงๆ ทำดีไม่ได้ดี ทำไม่ดี ได้ดีอยู่ร่ำไป
ที่สำคัญ นโยบายพักหนี้ของพรรคเพื่อไทยตอนหาเสียงพูดไว้กว้างเป็นแม่น้ำ ทำให้คนที่เป็นหนี้ต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้เงินสด หนี้บ้าน หนี้รถ หวังได้พักหนี้ทั้งน้านนน อย่างน้อยได้พักดอกเบี้ยไป 5 แสนบาท ก็ถือว่าเบาตัวไปเยอะ แต่ถ้าหากได้เป็นรัฐบาลแล้วทำอีกอย่าง ช่วยคนแค่หยิบมือ ให้ได้ชื่อว่าทำแล้ว เห็นทีรัฐบาลโดนสวดยับเยินแน่นอน
ด้าน บัณฑูร สุภัควณิช อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ว่าที่ รมช.คลัง ที่เริ่มทำงานมานาน ยิ่งมุงานหนักขึ้น ล่าสุดมีการขอข้อมูลดิบไปจาก รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในเรื่องรายรับ รายจ่าย เตรียมไว้รื้องบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ทันทีที่เริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ กะเพิ่มขาดดุลอีก 4.3 แสนล้านบาท







