
อุตฯเครื่องเรือนโอดขึ้นค่าแรงกระทบแข่งขัน
ขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท กระทบอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์-ของตกแต่งบ้าน และเครื่องเรือนไทย ไม่สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้
ขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท กระทบอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์-ของตกแต่งบ้าน และเครื่องเรือนไทย ไม่สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้
นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ รองนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย เปิดเผยว่าผลจากการที่รัฐบาลใหม่มีนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทนั้นถือเป็นการปรับขึ้นค่าแรงสูงถึง 100% ซึ่งกระทบหนักกับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านของไทย ขณะที่ต้นทุนโดยรวมในอุตสาหกรรมดังกล่าวจะปรับขึ้น 12-15% ซึ่งต่อไปอุตสาหกรรมนี้จะไม่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ โดยเฉพาะจากจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซียได้ เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตสูงมาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนไทย นั้น ติดลบ 10-15% คาดว่าปีต่อไปจะติดลบมากขึ้น
“อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้านและเครื่องเรือนไทย จะเสียหายกว่า แสนล้านบาท โดยจะมีแรงงานตกงานทันที 3 แสนราย ซึ่งส่วนใหญ่อยุ่ในอุตสาหกรรมขนาดเอสเอ็มอี จากแรงงานที่มีทั้งหมดกว่า 9 แสนราย” นายอารักษ์กล่าว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการในไทยหลายราย เริ่มถูกชะลอคำสั่งซื้อจากต่างประเทศแล้ว เนื่องจากเริ่มไม่มั่นใจ ว่าสินค้าที่จะสั่งซื้อจะมีราคาปรับขึ้นสูงหลังจากสั่งซื้อแล้ว
สำหรับข้อเสนอที่ต้องการให้ภาครัฐพิจารณาคือต้องการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภีตามกฎหมายที่ประกอบไปด้วย นายจ้าง ลูกจ้าง และตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน ขึ้นมาพิจารณาค่าแรง และต้องปราศจากการแทรกแซงจากการเมือง ขอให้การปรับค่าแรงทำอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นบันได ตามที่คณะกรรมการไตรภาคีเห็นชอบเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้ และต้องการใหเภาครัฐหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับต้นทุนสูงขึ้นด้วยการกำหนดให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวอยู่ที่ระดับ 32-34 บาท ต่อเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้สมาคม ซึ่งประกอบด้วย 12 สมาคมอุตสาหกรรม รวม 2,273 สมาชิก เตรียมนำเสนอผลกระทบไปยังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ สภาหอการค้าไทย หลังจากนั้นจะยื่นปัญหาโดยตรงไปยังรัฐบาลใหม่ทันทีที่จัดตั้ง
นายไพบูลย์ พินิตกาญจนพันธุ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย กล่าวว่า แนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการ จากปัญหาการปรับขึ้นค่าแรงงานด้วยการปรับลดภาษีนิติบุคคล จาก 30% เหลือ 23% นั้นมองว่าไม่ส่งผลดีและช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างแท้จริง เพราะการจะได้รับการลดหย่อนภาษีจะต้องมีกำไรจากผู้ประกอบการก่อน ซึ่งผู้ประกอบการที่ขาดทุนแล้วจากการทำธุรกิจคงไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้
“มาตรการนี้ไม่ได้ช่วยอะไร คงได้แต่ซับเลือดให้กับผู้ประกอบการก่อน เพราะคนที่ได้ประโยชน์ต้องมีกำไรจากการทำธุรกิจจึงได้ลดภาษี แต่ถ้าเราขาดทุนต้องปิดกิจการไป มาตรการภาษีคงเป็นทางออกหนึ่งเท่านั้นเราคงไม่ได้รับประโยชน์” นายอารักษ์กล่าว
นายกีรติ เสริมประภาศิลป์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย ให้ความเห็นว่าผลจากการปรับขึ้นค่าแรงนั้นจะทำให้เกิดการทะลักของแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงงานเถื่อน โดยจะเป็นการตัดราคาให้ต่ำกว่าแรงงานขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดให้
นางพัทธ์ธีญา พสุจรัสพงศ์ นายกสมาคมสินค้าของตกแต่งบ้าน กล่าวว่า หากมีการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำใหม่ จะต้องมีการยกเลิกการเก็บเงินประกันสังคมด้วย อย่างน้อยเป็นเวลา 3 ปี เนื่องจากผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้ซัพพอร์ทส่วนหนึ่ง ขณะที่วิธีการแก้ปัญหาเรื่องค่าแรงงานที่ปรับขึ้น รัฐอาจชดเชยส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นให้แก่แรงงานโดยตรงไปเลยก็ได้







