posttoday
อุตฯเครื่องเรือนโอดขึ้นค่าแรงกระทบแข่งขัน

อุตฯเครื่องเรือนโอดขึ้นค่าแรงกระทบแข่งขัน

01 สิงหาคม 2554

ขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท กระทบอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์-ของตกแต่งบ้าน และเครื่องเรือนไทย ไม่สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้  

ขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท กระทบอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์-ของตกแต่งบ้าน และเครื่องเรือนไทย ไม่สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้  

นายอารักษ์  สุขสวัสดิ์  รองนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย เปิดเผยว่าผลจากการที่รัฐบาลใหม่มีนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทนั้นถือเป็นการปรับขึ้นค่าแรงสูงถึง   100% ซึ่งกระทบหนักกับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านของไทย   ขณะที่ต้นทุนโดยรวมในอุตสาหกรรมดังกล่าวจะปรับขึ้น 12-15%  ซึ่งต่อไปอุตสาหกรรมนี้จะไม่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ โดยเฉพาะจากจีน  เวียดนาม อินโดนีเซีย  และมาเลเซียได้ เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตสูงมาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนไทย นั้น ติดลบ 10-15%  คาดว่าปีต่อไปจะติดลบมากขึ้น 

“อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้านและเครื่องเรือนไทย จะเสียหายกว่า แสนล้านบาท โดยจะมีแรงงานตกงานทันที 3 แสนราย ซึ่งส่วนใหญ่อยุ่ในอุตสาหกรรมขนาดเอสเอ็มอี จากแรงงานที่มีทั้งหมดกว่า 9 แสนราย” นายอารักษ์กล่าว   ขณะเดียวกันผู้ประกอบการในไทยหลายราย  เริ่มถูกชะลอคำสั่งซื้อจากต่างประเทศแล้ว เนื่องจากเริ่มไม่มั่นใจ ว่าสินค้าที่จะสั่งซื้อจะมีราคาปรับขึ้นสูงหลังจากสั่งซื้อแล้ว

สำหรับข้อเสนอที่ต้องการให้ภาครัฐพิจารณาคือต้องการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภีตามกฎหมายที่ประกอบไปด้วย นายจ้าง ลูกจ้าง และตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน ขึ้นมาพิจารณาค่าแรง และต้องปราศจากการแทรกแซงจากการเมือง  ขอให้การปรับค่าแรงทำอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นบันได ตามที่คณะกรรมการไตรภาคีเห็นชอบเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้  และต้องการใหเภาครัฐหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับต้นทุนสูงขึ้นด้วยการกำหนดให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวอยู่ที่ระดับ 32-34 บาท  ต่อเหรียญสหรัฐ  จากปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งมากที่สุดในภูมิภาคนี้   ทั้งนี้สมาคม ซึ่งประกอบด้วย 12 สมาคมอุตสาหกรรม รวม 2,273 สมาชิก เตรียมนำเสนอผลกระทบไปยังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ สภาหอการค้าไทย  หลังจากนั้นจะยื่นปัญหาโดยตรงไปยังรัฐบาลใหม่ทันทีที่จัดตั้ง

นายไพบูลย์ พินิตกาญจนพันธุ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย  กล่าวว่า แนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการ จากปัญหาการปรับขึ้นค่าแรงงานด้วยการปรับลดภาษีนิติบุคคล จาก 30% เหลือ 23% นั้นมองว่าไม่ส่งผลดีและช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างแท้จริง  เพราะการจะได้รับการลดหย่อนภาษีจะต้องมีกำไรจากผู้ประกอบการก่อน  ซึ่งผู้ประกอบการที่ขาดทุนแล้วจากการทำธุรกิจคงไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้

“มาตรการนี้ไม่ได้ช่วยอะไร  คงได้แต่ซับเลือดให้กับผู้ประกอบการก่อน เพราะคนที่ได้ประโยชน์ต้องมีกำไรจากการทำธุรกิจจึงได้ลดภาษี แต่ถ้าเราขาดทุนต้องปิดกิจการไป มาตรการภาษีคงเป็นทางออกหนึ่งเท่านั้นเราคงไม่ได้รับประโยชน์” นายอารักษ์กล่าว

นายกีรติ เสริมประภาศิลป์  อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย  ให้ความเห็นว่าผลจากการปรับขึ้นค่าแรงนั้นจะทำให้เกิดการทะลักของแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงงานเถื่อน โดยจะเป็นการตัดราคาให้ต่ำกว่าแรงงานขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดให้

นางพัทธ์ธีญา พสุจรัสพงศ์  นายกสมาคมสินค้าของตกแต่งบ้าน    กล่าวว่า หากมีการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำใหม่ จะต้องมีการยกเลิกการเก็บเงินประกันสังคมด้วย อย่างน้อยเป็นเวลา 3 ปี  เนื่องจากผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้ซัพพอร์ทส่วนหนึ่ง  ขณะที่วิธีการแก้ปัญหาเรื่องค่าแรงงานที่ปรับขึ้น รัฐอาจชดเชยส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นให้แก่แรงงานโดยตรงไปเลยก็ได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ