
ราคาน้ำตาลพุ่งยาว3ปี‘ส่งออกชาวไร่’รวยอื้อ
ส่งสัญญาณราคาน้ำตาลตลาดโลกยังพุ่งยาวอีก 23 ปี ส่งผลดีต่อส่งออกไทย
ส่งสัญญาณราคาน้ำตาลตลาดโลกยังพุ่งยาวอีก 23 ปี ส่งผลดีต่อส่งออกไทย
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับบริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย (อนท.) ว่า ขณะนี้แนวโน้มราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกอยู่ในภาวะผันผวน แต่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากบราซิลเกิดภาวะแห้งแล้ง ปริมาณผลผลิตอ้อยลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 533 ล้านตันอ้อย เหลือ 525 ล้านตันอ้อย
ปีก่อนมีผลผลิตทั้งสิ้น 557 ล้านตันอ้อย ทำให้ปริมาณน้ำตาลจะหายไปประมาณ 23 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาปิดตลาด ณ วันที่ 26 ก.ค. 2554 ราคาซื้อขายล่วงหน้าเดือน ต.ค. 2554 อยู่ที่ 30.94 เซนต์ต่อปอนด์ และราคาซื้อขายล่วงหน้า 3 ปี อยู่ที่ 22 เซนต์ต่อปอนด์
ไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับแนวโน้มราคาที่อาจจะสูงขึ้นต่อไปอีก 23 ปีข้างหน้า โดยพัฒนาศักยภาพการปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นจากปีนี้ที่ผลิตได้ 95 ล้านตัน แต่คุณภาพอ้อยยังไม่ดีเท่าที่ควร รวมทั้งต้องปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งโครงการสร้างดังกล่าวจะนำเสนอต่อรัฐบาลใหม่
“ตอนนี้ไทยได้ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำตาลในปีหน้าไปแล้ว 85% ราคาเฉลี่ย 24.62 เซนต์ต่อปอนด์ ยังเหลืออีก 15% ที่จะต้องติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด” นายประเสริฐ กล่าว
สำหรับแนวทางที่เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ ได้แก่ แนวทางการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย อยู่ในขั้นตอนว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงาน 5 บาทต่อ กก. เพื่อนำส่งกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) ในการชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะครบสิ้นปี โดยจะสรุปว่าควรจะยกเลิก หรือลดการเก็บมากน้อยเพียงใด
การศึกษายังรวมถึงการเพิ่มโอกาสของอุตสาหกรรมอ้อยไปสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้แก่ ไบโอชีวภาพ เป็นต้น
นายประกิต ประทีปะเสน ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า ปี 2554/2555 ผลผลิตอ้อยจะแตะระดับ 100 ล้านตัน จึงต้องการเห็นการทำงานแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงของหลายกระทรวงได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเข้ามามีบทบาทพัฒนาพันธุ์อ้อย พัฒนาแหล่งน้ำ
กระทรวงอุตสาหกรรม ต้องพิจารณาภาพรวมโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย กระทรวงพาณิชย์ควรส่งเสริมการค้าน้ำตาลทราย กระทรวงศึกษาธิการ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายให้กับเยาวชน กระทรวงมหาดไทยจะช่วยดูแลเรื่องของการลักลอบขายน้ำตาลตามตะเข็บชายแดน เป็นต้น







