
มิสเตอร์บันยกชั้น‘บูทิค’
มิสเตอร์บันยกเครื่องร้านขนมอบพรีเมียม ขยายลูกค้ากลุ่มใหม่
มิสเตอร์บันยกเครื่องร้านขนมอบพรีเมียม ขยายลูกค้ากลุ่มใหม่
พร้อมลุยแฟรนไชส์ต่างจังหวัด รับเบเกอรีพุ่ง 15% วาง5ปีรายได้แตะ1พันล.บาท
นายอนุสรณ์ ตันยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัน ผู้บริหารร้านมิสเตอร์บัน เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวร้านมิสเตอร์บันรูปแบบใหม่ระดับพรีเมียม “มิสเตอร์บันบูทิค” โดยจะเปิดสาขาต้นแบบ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาทำเลในศูนย์การค้าพารากอน และเซ็นทรัลเวิลด์ คาดว่าจะลงทุนราว 1.52 ล้านบาท เพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่นิยมทานเบเกอรีที่มีคุณภาพสูง
พร้อมกันนี้ บริษัทยังมุ่งขยายไลน์สินค้าใหม่ๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดให้บริการกลุ่มเครื่องดื่มแบรนด์ “เบสต์ มอลท์” และไอศคกรีม “บัน เอสกิโม” รวมถึงสินค้าหมวดอาหารว่างและขนมอบระดับบน เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า และเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค
“เราพร้อมเปิดให้บริการธุรกิจสินค้าไลน์ใหม่ในเดือน ก.ย นี้ โดยตั้งเป้าหมายกลุ่มสินค้าพรีเมียมสัดส่วน 20% จากยอดขายทั้งหมดของมิสเตอร์บัน” นายอนุสรณ์กล่าว
สำหรับแผนดังกล่าวถือเป็นการขยายไลน์สินค้าใหม่ครั้งแรกในรอบ 5 ปี จากปัจจุบันมิสเตอร์บันมีกลุ่มขนมปังและเบเกอรีเกือบ 30 ชนิด โดยจะลงทุนกว่า 25 ล้านบาท เพื่อขยายศูนย์ผลิตสินค้าและบริการแห่งที่ 2 ในย่านรังสิตเพื่อรองรับด้วย
ซึ่งจะเป็นแห่งที่ 2 จากก่อนหน้านี้ ได้เปิดศูนย์สนับสนุนการผลิตสินค้าและบริการ หรือ บีเอสซี ที่ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต
ทั้งนี้ บริษัทได้วางเป้าหมาย 5 ปีนับจากนี้ จะเพิ่มสัดส่วนร้านมิสเตอร์บันในรูปแบบแฟรนไชส์เป็น 80% จากปัจจุบันมีสัดส่วน 25% ซึ่งจะส่งผลให้มีสาขาร้านมิสเตอร์บันทั้งสิ้น 250 สาขา แบ่งเป็นสาขาของบริษัท 50 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 200 สาขา เน้นตลาดในต่างจังหวัดเป็นหลัก
โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายในตลาดต่างจังหวัด จากปัจจุบันมีฐานลูกค้าหมุนเวียน 6.3แสนรายต่อเดือน และ มีการใช้จ่ายต่อครั้งเฉลี่ย45 บาท
ขณะเดียวกัน ยังวางเป้าหมายเพิ่มฐานเป็น 1 ล้านรายต่อเดือน จากปัจจุบัน 6.3 แสนรายต่อเดือน โดยใน 5 ปี ตั้งเป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท
ในส่วนของต้นทุนการผลิตของมิสเตอร์บัน ปัจจุบันแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบ ทั้งไข่ไก่ และ น้ำตาล ซึ่งเป็นต้นทุนรวมที่ปรับขึ้นราว 1.53% เทียบกับปีที่ผ่านมา โดยบริษัทได้ปรับราคาสินค้าไปเล็กน้อยในต้นปีที่ผ่านมา ส่วนภาพรวมตลาดเบเกอรีเติบโตประมาณ 1015% จากมูลค่า 8,000 ล้านบาท และตลาดขนมอบโดนัทมูลค่า 3,500 ล้านบาท







