posttoday
ค้าปลีกไทยดันวาระแห่งชาติกระทุ้งรับดูภาษีนำเข้ารับเปิดเออีซี

ค้าปลีกไทยดันวาระแห่งชาติกระทุ้งรับดูภาษีนำเข้ารับเปิดเออีซี

27 กรกฎาคม 2554

“ธุรกิจค้าปลีก” เป็นอีกหนึ่ง “ดัชนี” ชี้วัดการเจริญเติบโตของประเทศ จากภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่ง ในปี 2553

“ธุรกิจค้าปลีก” เป็นอีกหนึ่ง “ดัชนี” ชี้วัดการเจริญเติบโตของประเทศ จากภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่ง ในปี 2553

ที่ผ่านมา มียอดขายรวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ

บุษบา จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (ซีอาร์ซี) เปิดเผยในฐานะประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ว่า ผลประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งในครึ่งแรกปี 2554 ที่ผ่านมา มีอัตราเติบโต 10-15% จากกำลังซื้อและเศรษฐกิจในภาพรวมที่มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องจากปลายปีก่อน และคาดว่าในครึ่งหลังปีนี้ ภาคธุรกิจของประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั้งปี 7-8% โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากภาวะเศรษฐกิจของไทยที่เติบโตดีต่อเนื่องจากราคาพืชผลการเกษตรที่มีราคาดีขึ้นเกือบทุกรายการ อาทิ ยาง ข้าว น้ำมันปาล์ม อ้อย ถั่วเหลือง ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้สูงมากขึ้น

นอกจากนี้ ในส่วนของรัฐบาลชุดเดิมยังได้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และปรับเงินเดือนข้าราชการ ทำให้กลุ่มผู้บริโภคมีอำนาจในการจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น รวมถึงปัจจัยการเมืองที่มีทิศทางดีขึ้น หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสเงินสะพัดในธุรกิจค้าปลีกราว 4-5 หมื่นล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจเริ่มขับเคลื่อนต่อไป รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มขยายตัวได้ตามนโยบายของแต่ละบริษัทที่วางไว้

ค้าปลีกไทยดันวาระแห่งชาติกระทุ้งรับดูภาษีนำเข้ารับเปิดเออีซี

ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้ธุรกิจค้าปลีกจะมีการขยายตัวมากกว่า 5 แสน ตร.ม. โดยกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ต่างๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้า ห้างขนาดใหญ่ (ไฮเปอร์มาร์เก็ต) จะเป็นผู้ขับเคลื่อน

พร้อมกันนี้ ในส่วนของสมาคมมีแผนผลักดันให้อุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งของไทยเป็นวาระแห่งชาติ โดยผ่านหอการค้าไทย เพื่อให้ภาครัฐเข้ามาเป็นเจ้าภาพดูแล พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการค้าปลีกอย่างเป็นรูปธรรมและจริงจังในลักษณะเดียวกับที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มีแผนแม่บทชัดเจนในการดูแลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย เป็นต้น จากปัจจุบันอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งไทยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 13% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และมีสัดส่วนกว่า 50% ที่เป็นสมาชิกสมาคมที่ขับเคลื่อนภาคธุรกิจค้าปลีกของประเทศ

สำหรับวาระสำคัญที่สมาคมต้องการให้ภาครัฐเข้ามาดูแล คือ ด้านกฎหมาย หรือ พ.ร.บ.ผังเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการขยายพื้นที่ค้าปลีกของผู้ประกอบการ และด้านภาษีนำเข้าสินค้า ที่ปัจจุบันเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) หรือการเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่แม้ว่าจะปรับลดอัตราภาษีสินค้าทุกรายการเหลือ 0% ในประเทศสมาชิกอาเซียน แต่ในประเทศอื่นๆ ที่นอกเหนือจากนี้ยังต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าสูงอยู่ จากปัจจุบันภาษีนำเข้าสินค้าในประเทศไทยมีอัตราราว 40%

ทั้งนี้ หากภาครัฐเข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าว เชื่อว่าจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้มีศักยภาพและความพร้อมครบถ้วนสมบูรณ์ในการแข่งขันกับต่างประเทศ โดยประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทาง (เดสติเนชัน) สำหรับชาวต่างชาติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การพักผ่อน หรือการจับจ่ายซื้อสินค้า (ช็อปปิ้ง) สินค้าที่หลากหลาย เป็นต้น ในระดับภูมิภาคอาเซียน

ด้าน ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวยอมรับว่า การที่ภาครัฐจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันนั้น อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกบ้างพอสมควร โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กอย่างเอสเอ็มอี แต่ในส่วนของธุรกิจขนาดใหญ่ไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีเงินทุนหมุนเวียนมากพอที่จะแบกรับต้นทุนที่จะเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐมีการประกาศนโยบายดังกล่าวจริง ภาคเอกชนก็ต้องปรับตัว ซึ่งคาดว่าคงต้องใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อปรับตัวในเรื่องดังกล่าว พร้อมจัดตั้งกองทุนเข้ามาสนับสนุนเอสเอ็มอีด้วย

ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเปิดตัวธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบใหม่ คือ ซูเปอร์คอนวีเนียนโตร์ ซึ่งผู้ประกอบการที่จะเข้ามาทำธุรกิจดังกล่าว คือ เครือซีพี ที่จะเปิดตัวซีพี มาร์เก็ต ในเดือน ต.ค. เป็นสาขาแรกในย่านสีลม นอกจากนี้ยังมีเครือ ปตท. มีแผนที่จะเปิดร้านจิฟฟี่ มาร์เก็ต ซึ่งการออกมาเน้นขยายธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบคอนวีเนียนสโตร์มากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป คือ หันมาซื้อสินค้าใกล้บ้าน ที่มีความหลากหลาย และซื้อบ่อยขึ้น เพราะมีความสะดวกในการเดินทาง

จากปัจจัยดังกล่าวจึงส่งผลให้ธุรกิจคอนวีเนียนสโตร์ครึ่งปีแรกเติบโตสูงถึง 17% สูงกว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เติบโตชะลอตัว 
 

 

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย