
รัฐบาลใหม่มีเงินเพิ่มแสนล้าน
‘กรณ์’คุยเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นสมคิดชี้รื้องบได้หากดูแลเก่ง
‘กรณ์’คุยเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นสมคิดชี้รื้องบได้หากดูแลเก่ง
กรณ์คุยรัฐบาลใหม่มีเงินใช้เพิ่มอีกแสนล้าน เปิดทางรื้องบ แต่ควรคุมการขาดดุล 3.5 แสนล้าน
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า เป็นสิทธิของรัฐบาลใหม่ที่จะต้องตัดสินใจว่า จะรื้อกรอบการทำงบประมาณปี 2555 ใหม่หรือไม่ ซึ่งจะคงต้องดูความเหมาะสม และจะต้องรักษาสมดุลในระบบเศรษฐกิจให้อยู่ในกรอบวินัยการ คลัง โดยไม่ควรทำงบประมาณขาดดุลเกิน 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นกรอบที่กระทรวงการคลังได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อรักษาระดับอัตราเงินเฟ้อไม่ให้ขยายตัวสูง
นายกรณ์ กล่าวว่า ตัวแปรสำคัญของการทำงบประมาณปี 2555 อยู่ที่การจัดเก็บรายได้ ซึ่งคาดว่าจะเก็บรายได้สูงกว่าที่คาดไว้เดิมที่ 1.9 ล้านล้านบาทเป็น 2 ล้านล้านบาท หรือรัฐบาลใหม่จะมีเงินงบประมาณใช้จ่ายเพิ่มเติม 1 แสนล้านบาท โดยไม่ต้องทำงบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้นจากกรอบเดิม 3.5 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในสมมติฐานเรื่องรายได้ 2 ล้านล้านบาทนั้น มีหลายเรื่องที่รัฐบาลใหม่ต้องตัดสินใจ เช่น การลดอัตราจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเหลือ 0.005 บาทต่อลิตร ที่จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.นี้ รัฐบาลใหม่ต้องตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นหรือไม่ รวมถึงการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้จะส่งผลให้รายได้ของรัฐบาลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้การทำนโยบายของรัฐบาลใหม่มีปัญหา
นายกรณ์ กล่าวว่า จะติดตามดูการใช้จ่ายของรัฐบาลเพื่อไทย เพราะที่ผ่านมาในสมัยที่เพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ได้โจมตีรัฐบาลว่าเก่งแต่กู้ยืม ถ้าเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะไม่มีการกู้ เมื่อมาเป็นรัฐบาลจะดูว่าจะสามารถหาเงินมาใช้จ่ายในโครงการต่างๆ ได้อย่างไร โดยที่ไม่กู้ ที่ผ่านมาก็มีแนวคิดที่จะร่วมทุนกับเอกชน ซึ่งก็เห็นด้วยที่จะดึงเงินเอกชนมาพัฒนาประเทศ
นายกรณ์ ยังกล่าวอีกว่า นโยบายที่เพื่อไทยหาเสียงไว้แต่ละนโยบายนั้นจะมีปัญหาตามมาค่อนข้างมาก เช่น นโยบายจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาด 60-70% ต้องใช้เม็ดเงินกว่า 4 แสนล้านบาท ผู้บริโภคจะซื้อข้าวแพงขึ้น ค่าครองชีพเพิ่มสูง ข้าวขาดตลาด พ่อค้าคนกลางได้ประโยชน์ ขณะที่นโยบายพักหนี้ 5 แสนบาทก็ใช้เม็ดเงินมหาศาล
“ผมเห็นว่า เฉพาะในส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพียงแห่งเดียว รัฐบาลต้องชดเชยดอกเบี้ยถึงปีละ 3.2 หมื่นล้านบาท นโยบายขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ก็จะกระทบผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ก็ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะใช้งบประมาณค่อนข้างสูงและกระทบต่อข้าราชการ จะแก้ปัญหาอย่างไร” นายกรณ์ กล่าวในตอนท้าย
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า หากรัฐบาลใหม่จะปรับรื้อการขาดดุลงบประมาณจาก 3.5 แสนล้านบาท มาเป็น 4 แสนล้านบาท สามารถทำได้ หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ดี ขณะที่การปรับขึ้นค่าจ้างเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เศรษฐกิจจะหมุนเวียนตามกลไกที่ดี แต่ต้องส่งเสริมให้ภาคเอกชนแข็งแกร่ง สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้ด้วย ไม่เช่นนั้นภาคเอกชนเดือดร้อนได้







