
ว่าที่กสทช.สุดฟุ้งเร่งแก้ทุกปัญหา
กมธ.สิทธิฯ เอกซเรย์ว่าที่ กสทช. ชูวิสัยทัศน์แก้ปัญหาตั้งแต่วิทยุชุมชนระดับรากหญ้าถึง 3จี
กมธ.สิทธิฯ เอกซเรย์ว่าที่ กสทช. ชูวิสัยทัศน์แก้ปัญหาตั้งแต่วิทยุชุมชนระดับรากหญ้าถึง 3จี
มูลค่านับล้านล้านบาท ชี้เกี่ยวพันผลประโยชน์มูลค่าล้านล้าน
นายสมชาย แสวงการ ประธานกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า ได้ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดเสวนา “เอกซเรย์ว่าที่ กสทช.รายบุคคล” โดยเชิญผู้ได้รับคัดเลือกและเสนอชื่อเป็นว่าที่ กสทช.จำนวน 44 คน มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ กับองค์กรวิชาชีพและวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 25-29 ก.ค.นี้ เพื่อเป็นข้อมูลเสริมให้กับการคัดเลือกของวุฒิสภา หลังจากเปิดประชุมสภาฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ส.ค.นี้
“การคัดเลือก กสทช.ที่เป็น องค์กรอิสระที่จะเข้ามากำกับดูแลกิจการวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะกระทบตั้งแต่ระดับรากหญ้า หรือกิจการวิทยุชุมชน ไปจนถึงธุรกิจดาวเทียมและโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ที่กำลังมีปัญหาและมีมูลค่าหลักล้านล้านบาท” นายสมชาย กล่าว
สำหรับขั้นตอนคัดเลือกคณะกรรมการ กสทช. ของวุฒิสภา จะต้องคัดเลือกว่าที่กสทช.จำนวน 44 คน จากกระบวนการสรรหาและการเสนอชื่อโดยสมาคมวิชาชีพ ให้เหลือ 11 คน ภายใน 60 วัน โดยเมื่อเลขาวุฒิสภาบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาแล้ว จะมีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา โดยใช้เวลาประมาณ 60 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือน ก.ย.นี้
ทั้งนี้ การเสวนาได้แบ่งออกผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็นกลุ่ม อาทิ กลุ่มด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ ด้านการศึกษา วัฒนธรรมหรือการพัฒนาสังคม และให้ตัวแทนองค์กรวิชาชีพเป็นผู้ตั้งคำถาม ทั้งนี้ กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน จะดำเนินการอัดเป็นวีซีดีเพื่อแจกจ่ายให้สมาชิกวุฒิสภา ประกอบการพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ซึ่งการเสวนารอบแรก ผู้ได้รับคัดเลือกในด้านกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ เห็นว่าภารกิจเร่งด่วนของ กสทช. คือ การจัดทำแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม เพื่อแก้ปัญหาการจัดสรรคลื่นความถี่ของประเทศ รวมถึงการแก้ปัญหาวิทยุชุมชน เคเบิลและทีวีดาวเทียม รวมทั้งการออกใบอนุญาต 3จี
นายพนา ทองมีอาคม อดีต กทช. 1 ใน 44 รายชื่อที่ได้รับการคัดเลือก กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนของ กสทช. คือการจัดทำแผนแม่บทการจัดสรรคลื่นความถี่ของประเทศไทย เมื่อไม่มีแผนแม่บท ไม่สามารถออกใบอนุญาตประกอบการได้ และทำให้เกิดปัญหาอย่างกรณี การให้ใบอนุญาต 3 จี ซึ่งไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีแผนแม่บท และการบังคับใช้ตามกฎหมาย ทำให้ประเทศเสียประโยชน์
ขณะที่นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ อดีตผู้อำนวยการ อสมท 1 ใน 44 รายชื่อที่ได้รับการคัดเลือก กล่าวว่า กสทช.ต้องวางกรอบ กติกา การประมูลคลื่นความถี่โทรศัพท์ 3จี อย่างโปร่งใส เปิดให้เอกชนทุกรายแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ทั้งระดับชาติ ภูมิภาคและท้องถิ่น และให้แข่งขันในแต่ละประเภทของเนื้อหา เช่น ข่าว, ละคร ขณะที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของสาธารณะเป็นหลัก รวมทั้งจัดสรรให้ชุมชนได้ใช้ในสัดส่วน 20% ตามกฎหมาย
ด้านพันโท กฤษฎา เทิดพงษ์ หัวหน้าแผนกกระจายเสียง กองการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กรมการทหารสื่อสาร 1 ใน 44 ผู้ได้รับคัดเลือก กล่าวว่า ปัญหาของกิจการกระจายเสียง และโทรทัศน์ ปัจจุบันนี้สามารถแก้ไขได้โดยใช้เทคนิค และเทคโนโลยีดิจิตอล จะทำให้สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ได้ตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้ก้าวหน้าต่อไป
สำหรับผู้คัดเลือกในด้านกระจายเสียงและโทรทัศน์ ยังประกอบด้วย นางจิราภรณ์ สุวรรณวาจกกสิกิจ, พลอากาศเอกธเรศ ปุณศรี, น.ส.ลักษมี ศรีสมเพ็ชร, นายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล, พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ โดยกลุ่มนี้ จะคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง 2 คน และโทรทัศน์ 2 คน
ด้านว่าที่กสทช. ฝั่งกิจการโทรคมนาคมมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แผนเร่งด่วนของ กสทช. คือ การจัดทำโครงข่ายหลัก (Core network) ให้กับประเทศนายประจวบ ตันตินนนท์ กล่าวว่า เรื่องโครงข่ายหลักถือเป็น แผนเร่งด่วนที่ กสทช.ต้องดำเนินการ เพราะถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การกระจายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ที่จากนี้ไปจะกลายเป็นบริการพื้นฐานให้เข้าถึงทั่วประเทศ ดังนั้น หาก กสทช.ไม่เร่งสร้างโครงข่ายหลัก และในอนาคตทั่วโลกพัฒนาด้านความเร็วไปไกลมากขึ้น ประเทศไทยจะล้าหลังมากในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
นอกจากนี้ การผลักดันให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ให้บริการทุกรายถือเป็นหน้าที่สำคัญที่กสทช.ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะหากแข่งขันเป็นธรรม ก็จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ต้องการที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ปัจจุบัน กล่าวว่า การจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้การขยายบรอดแบนด์กระจายทั่วถึงทั้งประเทศ รวมทั้งราคาค่าบริการที่สมเหตุสมผลและการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการที่ดี ถือเป็น 3 เรื่องเร่งด่วนที่จะรีบดำเนินการหากได้รับเลือกเป็น กสทช.
นายประวิทย์ เขมะสุนันท์ กล่าวว่า กสทช.ต้องปลดล็อกอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเข้าสู่การแข่งขันที่เป็นธรรมให้ได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากก็ตามแม้จะเป็นเรื่องที่ยาก แต่กสทช.ต้องทำให้ได้ เพราะการเกิดขึ้นของ กสทช. ก็เพื่อสร้างบรรทัดฐานของการแข่งขันใหม่สำหรับผ่านการคัดเลือกกิจการโทรคมนาคมมี ทั้งหมด 8 คน คือ นายประจวบ พ.อ.นที นายประวิทย์ นายสุพจน์ เธียรวุฒิ นายรอม หิรัฐพฤกษ์ นายอธิคม ฤกษ์บุตร นายชัชวลิต สรวารี และ พ.อ.เศรษฐพร มะลิสุวรรณ







