
‘ปูนนก’ชี้มาบตาพุดฉุดตลาดโตไม่ถึง3%
โพสต์ทูเดย์
— ปูนอินทรีหวั่นปัญหามาบตาพุดการเมือง ฉุดตลาดปูนซีเมนต์ปีนี้โตไม่เกิน 3% หลังเริ่มฟื้นตัวนายแอนเดรียส ลอยเทเนกเกอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและการควบคุมธุรกิจ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง เปิดเผยว่า ขณะนี้หวั่นปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และความไม่สงบทางการเมืองจะกระทบกับตลาดปูนซีเมนต์ปีนี้อาจจะหดตัว หรือจะเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว แต่จะเติบโตไม่เกิน 3%
ทั้งนี้ พบว่าปริมาณการใช้ปูนในปีที่ผ่านมาลดลง 2% เมื่อเทียบกับปี 2551 ส่งผลให้ราคาขายปูนในประเทศลดลง 10% ซึ่งทำให้รายได้ของบริษัทลดลง 6% ขณะที่กำไรลดลง 7%
สำหรับตลาดส่งออกต่างประเทศทั้งตลาดลดลง 6% แต่บริษัทกลับมียอดส่งออกดีขึ้น เนื่องจากบริษัทอยู่ในกลุ่มโฮลซิมที่มีตลาดรองรับในหลายประเทศ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ แอฟริกาใต้ เวียดนาม ตะวันออกกลาง เป็นต้น จึงทำให้ตัวเลขการส่งออกดีขึ้น โดยปีก่อนส่งออกอยู่ที่ 44.2 ล้านตัน เติบโตขึ้น 7% จากปี 2551
น.ส.จันทนา สุขุมานนท์ รองประธานคณะผู้บริหารฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง กล่าวว่า ตลาดรวมปูนซีเมนต์ในประเทศปีที่ผ่านมามีกำลังการผลิตกว่า 50 ล้านตันต่อปี มีการใช้งาน 24.2 ล้านตัน ส่งออกอยู่ที่ 14 ล้านตัน
ปัจจุบันตลาดปูนซีเมนต์ในประเทศไทยถือว่ามีราคาต่ำที่สุดในโลก แม้ว่าปริมาณการใช้ปูนจะเพิ่มขึ้น
“
ช่วงต้นปีนี้แปลกกว่าปีอื่น เพราะราคาขายปูนก็ยังไม่ขยับขึ้น แม้ว่าความต้องการใช้จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปกติเมื่อเข้าสู่หน้าการขายจะทำให้ราคาขายปูนขยับสูงขึ้น” น.ส.จันทนา กล่าวนอกจากนี้ บริษัทได้ทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ เช่น ปูนสำหรับงานหล่อ ปูนที่ทนทานน้ำเค็ม ปูนซีเมนต์สำหรับติดกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง ไม้สังเคราะห์คอนวูดรูปแบบใหม่ รวมไปถึงบ้านอยู่สบายที่พัฒนาเป็นบ้านสำเร็จรูป ราคาขายหลังละ 3.5 แสนบาท ขนาด 70 ตารางเมตร เหมาะกับที่ดินเริ่มต้น 20 ตารางวา เป็นต้น







