
นโยบายจำนำข้าวดันข้าวถุงขึ้นราคา
แนวโน้มราคาข้าวสาร จะปรับขึ้นหรือไม่ขึ้น ยังเป็นเรื่องที่ถกกันไม่จบ
แนวโน้มราคาข้าวสาร จะปรับขึ้นหรือไม่ขึ้น ยังเป็นเรื่องที่ถกกันไม่จบ
ระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนผู้ประกอบการข้าวถุง ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อเรื่องนี้ ยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่าราคาข้าวสารที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น เกิดจากนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล และผลผลิตข้าวอยู่ในช่วงปลายฤดูแต่ยืนยันว่าข้าวสารถุงจะไม่ขาดแคลนและยังไม่อนุมัติให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาข้าวถุง และหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายก็พร้อมจะให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) ทำข้าวถุงธงฟ้าออกจำหน่ายในราคาต้นทุน และขอความร่วมมือโรงสีข้าวให้เร่งสีข้าวออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
ด้าน ผู้ค้าข้าวถุง กลับสวนหมัดกรมการค้าภายใน(คน.) ว่าเป็นการแก้ไม่ถูกจุด สุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (ธุรกิจข้าวและอาหาร) บริษัทซี.พี.อินเตอร์เทรด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าว “ตราฉัตร” กล่าวว่าราคาข้าวเปลือกที่ปรับตัวสูงขึ้นในตอนนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการข้าวถุงมีต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย โดยปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีสต๊อกข้าวเก่าเหลืออยู่ประมาณ12 เดือน หากสต๊อกหมดลงแต่ราคาข้าวเปลือกยังสูง ก็จะนำไปสู่การปรับขึ้นราคา
สอดคล้องกับข้าวตราหงษ์ทอง โดย โสพรรณ มานะธัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัทเจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่าหงษ์ทอง มีสต๊อกข้าวถุงเหลืออยู่แค่ 1 เดือน และยังคงกระจายเข้าช่องทางต่าง ๆ ตามปกติ ขณะที่ราคาข้าวสารนอกห้างไม่มีการควบคุม หากสังเกตจะพบว่า ตอนนี้ข้าวสารตามร้านค้าทั่วไปหรือข้าวชั่ง ก.ก.ในท้องตลาดเริ่มมีการปรับขึ้นราคาได้ประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว
จากก่อนหน้านี้ สมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประทุมไรซ์มิลล์แอนด์แกนารี่ ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวถุงมาบุญครอง ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า สมาคมได้หารือกับคน.และขอให้เข้ามาดูแลราคาข้าวจากโรงสีที่ขายให้ผู้ประกอบการข้าวถุง เพราะช่วงที่ผ่านมาราคาวิ่งขึ้นผิดปกติ และหาวิธีให้ตลาดมาซัพพลายวัตถุดิบให้ผู้ประกอบการข้าวถุงเพราะตอนนี้ผู้ประกอบการข้าวถุงหาซื้อวัตถุดิบไม่ได้ หรือซื้อได้แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นตามราคาข้าวเปลือกรับจำนำ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่เชื่อว่าสต๊อกข้าวเก่าที่มีอยู่ไม่เกินเดือนก็จะหมดลง
ปตท.จัดหนักลงทุนต่างประเทศ
ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ ปตท.นับจากนี้จะเร่งขยายการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ทั้งธุรกิจขุดเจาะและสำรวจปิโตรเลียม ปิโตรเคมี ถ่านหิน ไฟฟ้า ใช้เงินลงทุนรวม 3 ล้านล้านบาท เพื่อทำรายได้ 6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2020 หวังติด 100 อันดับแรกของ Fortune Global สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ หลังจากการที่ ปตท.ได้รับการจัดอันดับให้ติดในลำดับที่ 128 ของ Fortune Global 500 ประจำปี 2554 ซึ่งนิตยสารฟอร์จูนได้คัดเลือกบริษัทที่มีผลประกอบการสูงสุดในโลกจำนวน 500 บริษัท
เปิดฉากสงคราม 3จี เมืองไทย
พลันที่ “ดีแทค” ประกาศความพร้อม เปิดบริการ 3จี เอชเอสพีเอ คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ ในเดือน ส.ค.ปีนี้ โดย จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ซีอีโอ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า หลังจากใช้งบลงทุน 1,200 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเครือข่ายสู่ระบบ 3จี ครอบคลุมสถานีฐานทั้งหมด 1,220 แห่ง ซึ่งการปรับปรุงเครือข่ายระยะแรกสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ได้เสร็จสิ้นแล้ว ส่วนการปรับปรุงเครือข่ายขั้นต่อไป ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด รวมทั้งจังหวัดสำคัญๆ จะดำเนินการต่อไป คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้
เช่นเดียวกับฝั่งคู่แข่ง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ โดย สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมที่จะให้บริการ 3จี อย่างเต็มที่เช่นกัน โดยในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ เตรียมเปิดให้บริการ 3จี ตามที่คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที ได้อนุญาตให้เอไอเอสให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่เดิม (เอชเอสพีเอ) ได้จำนวน 1,884 สถานี และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ได้อนุมัติให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ 3จี เพื่อมาติดตั้งเรียบร้อยแล้วเช่นกัน







