
แนะรัฐทบทวนกระตุ้นอสังหา
เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตทฯ เบรกรัฐไม่จำเป็นต้องกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ชี้ตลาดยังแข็งแกร่ง ลดภาษีช่วยไม่ตรงจุด
เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตทฯ เบรกรัฐไม่จำเป็นต้องกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ชี้ตลาดยังแข็งแกร่ง ลดภาษีช่วยไม่ตรงจุด
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส กล่าวว่า การกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์มักเกิดจากความเข้าใจผิดว่าตลาดตกต่ำลงจนต้องกระตุ้น แต่ความจริงตลาดกำลังเฟื่องฟู จากข้อมูลของบริษัท พบว่าในปี 2553 มีโครงการเปิดใหม่ถึงเกือบ 1.2 แสนหน่วย เทียบกับปี 2552 ที่มีเพียง 5.7 หมื่นหน่วย และคาดว่าในปี 2554 และ 2555 จะเปิดเพิ่มอีก 1.05 แสนหน่วย และ 1 แสนหน่วย ตามลำดับ
ขณะเดียวกันการที่เศรษฐกิจเติบโต ไม่ได้เกิดจากมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นเพราะประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวของการส่งออกเป็นสำคัญ ดังนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจให้รุ่งเรือง จึงเป็นหนทางทำให้ประชาชนมีความมั่งคั่งทำให้เกิดการซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยไม่จำเป็นต้องกระตุ้นที่ปลายเหตุ
สำหรับมาตรการที่รัฐบาลมักจะนำมาใช้เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ได้แก่ การลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3% เป็นอัตรา 0.1% เท่ากับเป็นการส่งเสริมการเก็งกำไรระยะสั้น ส่วนการลดค่าธรรมเนียมการโอน 2% และค่าจดจำนอง 1% ให้เหลือเพียง 0.01% ทำให้ราชการต้องให้บริการแบบขาดทุน และที่ผ่านมาแม้ไม่มีมาตรการภาษีใดๆ อสังหาริมทรัพย์ก็ยังเติบโตอยู่
นายโสภณ ยังได้เสนอแนะว่า สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ เช่น การส่งเสริมการขายบ้านมือสอง เพราะราคาขายต่ำกว่าราคาบ้านในตลาดประมาณ 2030% ผู้ซื้อบ้านย่อมจะได้ประโยชน์มากกว่าการลดภาษี และควรให้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.การจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา เพื่อให้ทุกบริษัทมีหลักประกันให้กับลูกค้าเหมือนกัน และควรพัฒนาควบคุมนักวิชาชีพ เพื่อเป็นการคุ้มครอง และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ รัฐควรส่งเสริมการพัฒนาสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชนและทางด่วน ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง และสนับสนุนการลงทุนของต่างชาติด้วยการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างงานและการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก โดยให้ต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาวในราคาถูก เป็นต้น
ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลใหม่จะนำมาใช้ตามที่ได้หาเสียงเอาไว้ ไม่ใช่มาตรการที่จะกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นมาตรการเชิงสังคมที่สนับสนุนให้ประชาชนมีโอกาสในการซื้อบ้านหลังแรก ซึ่งหลายๆ ประเทศก็ทำกัน และในประเทศไทยก็ยังมีคนที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยอีกจำนวนมาก และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในทางอ้อมมากกว่าที่จะกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง







