
หนุนรัฐเร่งแผนเมกะโปรเจกต์
เอสซีจีชี้ช่วยดันศก.โต2หลักอุตฯก่อสร้างขยายอีกเท่าตัว
เอสซีจีชี้ช่วยดันศก.โต2หลักอุตฯก่อสร้างขยายอีกเท่าตัว
เอสซีจี ฝากความหวังรัฐบาลใหม่เอาจริง เดินหน้าลุยเมกะโปรเจกต์ คาดช่วยดันอุตสาหกรรมก่อสร้างโตเท่าตัว
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทมีความคาดหวังให้รัฐบาลใหม่เข้ามาเดินหน้าก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์ เช่น โครงการรถไฟฟ้าตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ โครงการขนาดใหญ่ต่างๆ จะมีส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้กรุงเทพฯ ขึ้นแท่นเป็นศูนย์กลางการลงทุนของเอเชียได้ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติให้กล้าตัดสินใจเลือกไทยเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของเอเชีย ซึ่งที่ผ่านมาทุนต่างชาติยังไม่เลือกกรุงเทพฯ เพราะระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ของไทยยังไม่เอื้ออำนวย
นอกจากนี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะผลักดันให้เกิดการลงทุนในธุรกิจต่อเนื่องของภาคเอกชน เช่น การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เกาะแนวรถไฟฟ้า หรือรอบๆ โครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีส่วนผลักดันให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศขยายตัวได้มากกว่าที่เป็นอยู่
นายกานต์ ยังกล่าวอีกว่า หากมองย้อนกลับไปก่อนวิกฤตปี 2540 จีดีพีของประเทศเติบโตด้วยตัวเลข 2 หลัก เป็นเพราะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐทั้งสิ้น และยังส่งผลให้อุตสาหกรรมก่อสร้างมีสัดส่วนที่สูงถึง 18-19% ของจีดีพี
ขณะที่ปัจจุบันอุตสาหกรรมก่อสร้างมีสัดส่วนลดลงเหลือ 8-9% ของจีดีพีเท่านั้น หากมีการลงทุนเมกะโปรเจกต์อีกครั้งในรัฐบาลใหม่ จะส่งผลให้อุตสาหกรรมก่อสร้างกลับมามีสัดส่วนได้สูงถึง 14-15% ของจีดีพีอีกครั้งภายใน 4-5 ปี และจะทำให้รอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงขึ้นอย่างชัดเจน
สำหรับนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ยอมรับว่าหากขึ้นทันทีคงส่งผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรม แต่ควรให้เวลากับรัฐบาลในการบริหารจัดการ และถึงเวลาแล้วที่ไทยควรจะยกระดับคุณภาพการผลิต ด้วยการจ้างแรงงานคุณภาพในราคาที่สูงขึ้น ไม่ใช่เป็นเพียงฐานการผลิตต้นทุนต่ำอีกต่อไป ซึ่งอุตสาหกรรมใดที่ต้องการแรงงานต้นทุนต่ำ ก็ต้องมองหาฐานผลิตที่อื่น เช่น เวียดนาม เป็นต้น
ด้านแนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างครึ่งหลังคงเป็นไปตามกลไกของตลาด โดยไตรมาส 2 ราคาปูนซีเมนต์อ่อนตัวตามภาวะตลาดโลก ที่มีปริมาณการผลิตเข้าสู่ตลาดมากเป็นประวัติการณ์ แต่เชื่อว่าไตรมาส 3 และ 4 จะปรับตัวดีขึ้น โดยปีนี้คาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์อยู่ที่ 12 ล้านตัน ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย







