posttoday
อุปสงค์และอุปทานที่กำหนดราคาน้ำมันดิบ

อุปสงค์และอุปทานที่กำหนดราคาน้ำมันดิบ

22 กรกฎาคม 2554

นํ้ามันดิบในตลาดโลกปรับเปลี่ยนขึ้นลงทุกวัน

นํ้ามันดิบในตลาดโลกปรับเปลี่ยนขึ้นลงทุกวัน

โดย..บริษัท ตลาดอนพันธ์ 

ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งจากทางตรง เช่น ราคาน้ำมันเบนซินที่ต้องจ่ายซื้อ หรือทางอ้อมผ่านต้นทุนขนส่งที่ปรับเปลี่ยนไป ในสัปดาห์ที่แล้ว “นัดพบอนุพันธ์” ได้เล่าคร่าวๆ ว่า อุปสงค์และอุปทานเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคาน้ำมันดิบ ในสัปดาห์นี้เราจะมาดูในรายละเอียดว่าปัจจัยอะไรที่มีผลต่ออุปสงค์และอุปทานเหล่านี้กันนะครับ

ถ้านึกถึงอุปสงค์ของน้ำมันดิบ ปัจจัยหลักที่ทำให้ความต้องการใช้งานน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นหรือลดลงอันดับต้นๆ คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ เนื่องจากเมื่อเศรษฐกิจโตขึ้น ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันดิบและราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย กิจกรรมที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงก็จะลดลง ราคาน้ำมันดิบจึงจะปรับตัวลดลงตาม

นอกจากนี้ อุปสงค์ของน้ำมันดิบยังปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล เนื่องจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่ จะมีความต้องการใช้น้ำมันเพื่อวัตถุประสงค์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล อย่างเช่นในฤดูหนาวก็จะมีความต้องการน้ำมันเพื่อใช้ในการสร้างความอบอุ่น ยิ่งหากปีใดอากาศหนาวเย็นรุนแรงกว่าปกติ ก็จะทำให้ความต้องการน้ำมันสูงขึ้นมาก ส่วนในฤดูร้อน ความต้องการน้ำมันจะเป็นไปเพื่อการท่องเที่ยว เนื่องจากผู้บริโภคจะต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อสัญจรไปในภูมิภาคต่างๆ เพิ่มขึ้น

ในด้านอุปทานของน้ำมันดิบ ก็ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยเช่นกัน อันดับแรก คือ ปริมาณการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน โดยเฉพาะองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปก (Organization of Petroleum Exporting Countries: OPEC) ปัจจุบันโอเปกมีสมาชิกทั้งสิ้น 12 ประเทศ ได้แก่ แอลจีเรีย แองโกลา เอกวาดอร์ อิหร่าน อิรัก คูเวต ลิเบีย ไนจีเรีย กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวเนซุเอลา โดยกลุ่มโอเปกได้มีการรวมตัวกันอย่างแน่นแฟ้น ทำให้สามารถควบคุมการผลิตของกลุ่มให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ได้ ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกจึงมักจะปรับตามนโยบายที่กลุ่มโอเปกได้วางไว้

อุปทานน้ำมันดิบอีกส่วนหนึ่ง คือ ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา โดยประเทศเหล่านี้จะทำการเก็บสำรองน้ำมันไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ โดยหากตัวเลขน้ำมันสำรองมีสูง ผู้ใช้น้ำมันและผู้ลงทุนก็จะไม่กังวลว่าปริมาณน้ำมันอาจจะตึงตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลงได้

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยทางด้านอื่นๆ ซึ่งมีส่วนทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับเปลี่ยนได้เช่นกัน เช่น การสร้างแหล่งพลังงานทดแทนเพื่อลดความต้องการใช้งานน้ำมันดิบ และภาวะสงครามหรือความไม่สงบในประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ซึ่งส่งผลต่อความต่อเนื่องในการผลิตน้ำมันดิบของประเทศนั้นๆ

สำหรับประเทศไทยที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบในประเทศจะได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยเช่นกัน โดยหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นก็จะทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลง และในทางกลับกัน หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ราคาน้ำมันดิบก็จะปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในครั้งต่อๆ ไป “นัดพบอนุพันธ์” จะนำรายละเอียดแหล่งน้ำมันดิบและการบริโภคน้ำมันดิบของไทยมาเล่าให้ฟังนะครับ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย