
ปตท.ลงทุน3.3ล้านล้าน
ตามแผน10ปีเน้นต่างประเทศหาแหล่งพลังงานก๊าซ-ถ่านหิน
ตามแผน10ปีเน้นต่างประเทศหาแหล่งพลังงานก๊าซ-ถ่านหิน
ปตท.กางแผน 10 ปี ลงทุน 3.3 ล้านล้านบาท กว่าครึ่งไปต่างประเทศ ซื้อแหล่งเชื้อเพลิง หวังรายได้ 6.6 ล้านล้านบาท
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยถึงแผนลงทุนในกลุ่ม ปตท. 10 ปีข้างหน้า จะใช้เงินกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท โดยตั้งเป้าจะมีรายได้ 6.6 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันที่มีรายได้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งแผนลงทุนกว่าครึ่งของงบทั้งหมดจะไปลงทุนเพื่อหาแหล่งพลังงานในต่างประเทศ ในธุรกิจขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ ปตท.ติดอันดับอยู่ 1 ใน 100 อันดับแรกของบริษัทชั้นนำ จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์จูน จากปัจจุบันที่ติดอยู่ในอันดับที่ 128
นอกจากนี้ วันที่ 22 ก.ค. การประชุมคณะกรรมการ ปตท. จะเสนอแผนธุรกิจกลุ่ม ปตท.ช่วง 5 ปีแรก (2555-2559) ใช้เงินลงทุน 1 ล้านล้านบาท ขยายธุรกิจในเครือ ปตท. ประกอบด้วย 1.การลงทุนของ ปตท.กว่า 3 แสนล้านบาท 2.การลงทุนของบริษัท ปตท.สผ. กว่า 4 แสนล้านบาท และ 3.การลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งสัดส่วนการลงทุน 40% จะเป็นการลงทุนในต่างประเทศ
ทาง ปตท.ได้กำหนดนโยบายลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยใช้บริษัท ปตท.อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัท ปตท.สผ. เพื่อจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม โดยเน้นการลงทุน 3 ด้านหลักๆ คือ 1.การลงทุนธุรกิจเหมืองถ่านหินในต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย มาดากัสการ์ เป็นต้น2.ก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่จะสร้างคลังแอลเอ็นจีลอยน้ำในออสเตรเลีย และ 3.โครงการผลิตไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้พลังน้ำและถ่านหิน ซึ่งปัจจุบันมีการลงทุนอยู่บ้าง แต่ยังไม่มากนัก
นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงโครงการลงทุนคลังแอลเอ็นจีลอยน้ำ ว่า ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1 แสนล้านบาท เพื่อผลิตก๊าซแอลเอ็นจีได้ปีละ 2 ล้านตัน คาดว่าจะเสร็จในปี 2557-2558
อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งนี้ ปตท.สามารถจัดส่งก๊าซกลับมาใช้ในประเทศ รองรับความต้องการแอลเอ็นจีที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และมีต้นทุนที่ถูกกว่าการนำเข้าจากประเทศอื่น โดยตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือพีดีพี มีแผนเลื่อนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกไป ขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ ในระยะยาวก๊าซจะเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก
นอกจากนี้ ยังมีแผนเข้าไปขยายการลงทุนในแหล่งก๊าซเดิมที่ถือหุ้นอยู่แล้ว ได้แก่ แหล่ง Cash&Maple ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งคาดว่าในปลายปีหน้าจะรู้ผลการเจาะสำรวจปริมาณสำรองในแหล่ง ซึ่งหากมีปริมาณสำรองก๊าซฯอยู่ถึง 1.2 ล้านตัน ก็จะสามารถผลิตแอลเอ็นจีได้ 2 ล้านตันจะสอดรับกับโครงการคลัแอลเอ็นจีลอยน้ำนี้ได้ทันที
นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานโครงการต่างประเทศ บริษัท ปตท.สผ. กล่าวว่า แผนลงทุน 5 ปี 4 แสนล้านบาท มุ่งจัดหาแหล่งพลังงานใหม่







