
สนพ.ปรับสูตรคำนวณตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่
สนพ.ปรับสูตรคำนวณตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่สะท้อนความเป็นจริงเพิ่มปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ไฟฟ้า ทั้งค่าเอฟที-มาตรการตรึงค่าไฟ-สภาพอากาศ
สนพ.ปรับสูตรคำนวณตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่สะท้อนความเป็นจริงเพิ่มปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ไฟฟ้า ทั้งค่าเอฟที-มาตรการตรึงค่าไฟ-สภาพอากาศ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดสัมนาเรื่อง “การพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต” ว่า ขณะนี้ได้จัดทำแบบจำลองการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตก่อนที่จะนำไปคำนวณการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2553-25573 หรือ พีดีพี 2010 โดยปรับสูตรการคำนวณตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ จากเดิมที่จะอ้างอิงตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) เป็นหลัก หันมาเพิ่มปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ไฟฟ้าปลายทาง ได้แก่ ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) มาตรการภาครัฐ สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนประสิทธิภาพอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ทั้งนี้ การปรับปรุงวิธีการคำนวณดังกล่าวจะทำให้ได้ตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งทำให้การกำหนดเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าที่สูงหรือต่ำเกินไป ขณะเดียกวันหลังจากนี้ทางการไฟฟ้า3 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไท (กฟผ) การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)จะต้องสำรวจการใช้ไฟฟ้าตามกลุ่มเป้าหมายของตัวเองด้วย ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะมีความสมบรูณ์มากขึ้น
"การคาดการณ์ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าในระยะยาวจะนำปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ไฟฟ้าปลายทางมาคำนวณด้วย เช่นถ้าค่าไฟฟ้าแพงการใช้การไฟฟ้าก็จะลดลง หรือ สภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นทุก 1 องศาจะทำให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 0.05% รวมทั้งมาตรการประหยัดพลังงาน การมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์5 ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลงเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าวิธีการคำนวณแบบใหม่จะทำให้เห็นภาพการใช้ไฟฟ้าที่สะท้อนความเป็นจริง" นายวีระพลกล่าว
สำหรับตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าในปีนี้จะขยายตัวที่ระดับ 4% ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ยังใช้ตัวเลขจีดีพี 3.5% ในการคำนวณ ในขณะที่ตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค)จะขยายตัว 4.5% จากตัวเลขไฟพีคที่ระดับ 2.2 หมื่นเมกะวัตต์ ของปีที่แล้ว
นายวีระพล กล่าวถึงการจัดทำแผนพีดีพี 2010 ว่า สาเหตุที่ต้องกำหนดเป็นแผนระยะยาว 20 ปี เพราะต้องการมองความต้องการใช้ไฟฟ้าในระยะยาวและเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการลดสัดส่วนการพึ่งพาการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าจากปัจจุบันที่มีสัดส่วนถึง 70% จึงจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และถ่านหินให้มากขึ้น รวมทั้งการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยอมรับว่ายังมีการต่อต้านจากกลุ่มมวลชนอยู่บ้างซึ่งต้องใช้เวลา







